Baseus bowie mc2 หูฟังแบบ Open-Ear(Clip-On) น้ำหนักเบามาก เบาเพียง 5.1กรัม/ข้าง และมาพร้อมกับยางถอดเปลี่ยนขนาดได้(CloudComfort 2.0) ช่วยให้ใส่กระชับ สวมใส่สบายไม่เจ็บหู ตัวหูฟังกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67 ใส่เดินลุยฝนได้สบายๆไม่ต้องกลัวเปียก รองรับ Hi-Res Audio และ LDAC รูปแบบไฟล์เสียงคุณภาพสูงไดรเวอร์ขนาด 11 มม. ช่วยเพิ่มกำลังขับและเก็บรายละเอียดเสียงให้ดียิ่งขึ้น หรือสำหรับคนชอบฟังแนวฟังสนุกเบสลึกๆ รุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี SuperBass 3.0 ช่วยเพิ่มเบสให้แน่นยิ่งขึ้น แต่จะต้องเลือกเปิดนะครับระหว่างเน้นรายละเอียดเสียง(LDAC) กับเน้นฟังสนุก( SuperBass 3.0) เพราะจะเปิดพร้อมกันไม่ได้
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0 และค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) 38ms รองรับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 55 ชม.(รวมเคส) ต่อการชาร์จหนึ่งรอบ
Baseus bowie mc2 ราคา 2,290 บาท สนใจสั่งซื้อ กดที่ shopee

SPEC baseus bowie mc2
- ไดรเวอร์ Dynamic 11 มม.
- Frequency Response Range: 20 Hz–40 kHz
- Audio Codec: SBC, AAC
- รองรับ Hi-Res Audio Wireless และ LDAC
- เทคโนโลยี SuperBass 3.0
- Bluetooth 6.0
- มาตราฐานกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67
- แบตเตอรี่ความจุ ตัวหูฟัง 55 mAh/ข้าง, เคส 600 mAh
- ราคา 2,290 บาท วางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน shopee
อุปกรณ์ภายในกล่อง
อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดมีดังนี้
- ชุดหูฟังพร้อมเคส
- ยาง CloudComfort 2.0 ทั้งหมด 3 ขนาด
- สาย USB-C
- คู่มือการใช้งานและสติ๊กเกอร์

ตัวเคสทรงกลมขนาดเล็กพกพาง่าย ด้านหน้าจะมีไฟแสดงสถานะและด้านล่างจะมีพอร์ตสำหรับชาร์จไฟและปุ่มเชื่อมต่ออุปกรณ์

เมื่อเปิดฝาจะเจอชุดหูฟังแบบ Clip-On สีที่ผมรีวิวคือสีน้ำเงินนะครับ ตัวหูฟังเบามากๆเบาเพียง 5.1 กรัมต่อข้าง สามารถถอดเปลี่ยนตัวยางได้สามขนาดเพื่อความกระชับ ตัวหูฟังกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67
ที่ตัวหูฟังจะมีปุ่มสั่งงานด้านข้าง ต้องกดสั่งงานนะครับไม่ใช่ทัชนะ

จากการที่ลองใส่ ถือว่ายางระดับมาตราฐานที่ติดมาก็กระชับพอเพียงแล้วครับไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ถ้าใครใบหูมีความบางหรือหนาผิดปกติก็เปลี่ยนตามวิธีได้เลย ระวังแค่ยางไปปิดช่องเสียงแค่นั้น



สำหรับการใช้งาน แนะนำให้ติดตั้งแอป Baseus ให้เรียบร้อยนะครับเพื่อจะได้ตั้งค่าการใช้งานให้ได้อย่างละเอียด จะได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ในแอปจะแจ้งขนาดแบตเตอรี่ให้เราทราบ, ปรับ EQ ได้, เปิดหรือปิดค่าหน่วงสัญญาณ, เปิด LDAC และเพิ่มความคมชัดเสียงสนทนา

จากที่ได้ทดสอบมา คุณภาพเสียงเหมาะกับการฟัง podcast หรือฟังเพลงแนว POP จะเหมาะกว่า รายละเอียดเสียงร้องหรือสนทนาจะเด่นชัดมากแต่รายละเอียดเสียงดนตรีในย่านอื่นๆจะน้อยซึ่งเป็นปกติของหูฟังแบบ Open-Ear ถ้าเน้นรายละเอียดเสียงสนทนาแนะนำให้เปิด LDAC ทิ้งไว้เลยครับ ส่วน EQ ไม่ต้องไปแตะอะไรมัน แค่นี้ก็ฟินแล้ว
จุดที่ชอบสุดคือ สามารถเปลี่ยนขนาดยางได้ ช่วยให้ใส่กระชับ ใส่นานๆไม่เจ็บหู และกันน้ำกันฝั่นมาตราฐาน IP67 ทั้งหมดนี้กับค่าตัว 2,290 บาท ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้งานครับ
สนใจสินค้า สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ shopee
![]()


