CMF เปิดตัวซีรีส์ลำโพงพกพารุ่นแรก CMF Speaker S/M พร้อมวางจำหน่ายในไทย 15 ต.ค นี้

ซีรีส์ลำโพงพกพารุ่นแรกจาก CMF ผสานดีไซน์รูปทรงเรขาคณิตอันโดดเด่น รองรับ Stereo Mode และ Party Mode สำหรับการฟังเพลงผ่านลำโพงหลายตัว พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 18 ชั่วโมง

กรุงเทพ, 12 ตุลาคม 2569: วันนี้ CMF ประกาศเปิดตัว CMF Speaker Series ซึ่งเป็นไลน์อัปลำโพงพกพารุ่นแรกของแบรนด์ ประกอบด้วย CMF Speaker S และ CMF Speaker M โดยซีรีส์นี้ได้จับคู่ภาษาการออกแบบรูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ของ CMF เข้ากับคุณภาพเสียงที่สมดุล ความทนทานในการใช้งานจริง และระบบการเชื่อมต่อที่ออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวัน

CMF ได้พัฒนา CMF Speaker S และ Speaker M ให้เป็นลำโพงพกพา 2 รุ่นที่ถ่ายทอดพลังเสียงได้เหมาะสมกับขนาดของตัวเอง พร้อมผสานดีไซน์ที่ผ่านการคิดมาอย่างประณีตเข้ากับการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย โดย Speaker S มาในขนาดกะทัดรัดเน้นการพกพา ในขณะที่ Speaker M ให้ประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังยิ่งขึ้นโดยไม่สูญเสียความสะดวกในการใช้งาน

สองลำโพง กับหนึ่งสัญญา

Speaker S คือเพื่อนคู่ใจสายลุยที่สร้างมาเพื่อการเดินทางไปข้างนอก ด้วยรูปทรงทรงสูงขนาดกะทัดรัด สามารถสอดเก็บลงกระเป๋า หนีบกับสายสะพาย หรือแขวนกับคาราบิเนอร์ผ่านจุดยึดในตัว ช่วยให้คุณพกพาเสียงเพลงไปได้ทุกที่ ส่วน Speaker M นำภาษาการออกแบบเดียวกันมาขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางของห้อง โต๊ะทำงาน หรือการสังสรรค์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มหูหิ้วในตัวเพื่อให้ย้ายจากห้องครัวไปยังระเบียงได้ง่ายพอๆ กับการวางตั้งไว้บนชั้นวาง

ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกในสีขาว (White), เทาเข้ม (Dark Grey), ส้ม (Orange) และเขียว (Turquoise) พร้อมแผงหน้าและปุ่มหมุนที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ อีกทั้งยังรองรับการปรับแต่งดีไซน์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาตรฐาน สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสร้างสรรค์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

พลังเสียงที่ปรับให้เข้ากับขนาด

Speaker S ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ Full-range ขนาด 45 มม. ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ ร่วมกับ Dual Passive Radiators ให้กำลังขับสูงสุด 10W RMS ครอบคลุมย่านความถี่ 70Hz – 20kHz ส่วน Speaker M อัปเกรดขึ้นไปอีกขั้นด้วยสถาปัตยกรรมตู้ปิดแบบไดรเวอร์คู่ ประกอบด้วย วูฟเฟอร์ขนาด 25W และทวีตเตอร์ขนาด 10W ให้กำลังขับรวม 35W RMS ครอบคลุมย่านความถี่ 60Hz – 20kHz ให้เสียงเบสที่ลงได้ลึกยิ่งขึ้น เสียงแหลมที่ใสชัดเจน และการแยกรายละเอียดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีที่ดีเยี่ยม

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมอัลกอริทึม Adaptive Tuning ในระดับฮาร์ดแวร์ ที่คอยวิเคราะห์การเล่นเพลงและปรับแต่งการส่งออกของเสียงรวมถึง EQ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้เสียงที่สมดุลโดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าในแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมี Ultra Bass ที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักเสียงย่านความถี่ต่ำอย่างเป็นธรรมชาติ, Wide Soundstage ที่ช่วยเปิดมิติเสียงให้กว้างขึ้นจากลำโพงเพียงตัวเดียว และการตั้งค่า Custom EQ 4 แบบ ได้แก่ Balanced, More Bass, More Treble และ Voice ให้ผู้ใช้เลือกปรับแต่งเสียงตามความชอบผ่านแอป Nothing X

สำหรับการฟังเพลงร่วมกัน ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ Speaker S สองตัว หรือ Speaker M สองตัวเข้าด้วยกันเพื่อใช้งานเป็น Stereo Mode แยกช่องเสียงซ้าย-ขวาได้อย่างแท้จริง ส่วน Party Mode ที่ทำงานบนเทคโนโลยี Auracast จะช่วยซิงค์การเล่นเพลงไปยังลำโพงที่รองรับตั้งแต่สองตัวขึ้นไป (รวมถึงลำโพงรุ่นที่รองรับจากแบรนด์อื่น) เหมาะสำหรับการใช้งานตั้งแต่โต๊ะทำงาน วันพักผ่อนบนชายหาด ไปจนถึงงานปาร์ตี้รอบกองไฟ

เชื่อมต่อง่ายดาย ทนทานต่อการใช้งานทุกวัน

ลำโพงทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0 พร้อมระบบแตะเพื่อจับคู่ผ่าน NFC, Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair เพื่อการตั้งค่าที่รวดเร็วเพียงแตะเดียว ระบบ Dual-device connection ช่วยให้ลำโพงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้พร้อมกันสองเครื่อง ทำให้การสลับใช้งานระหว่างโทรศัพท์และแล็ปท็อปไม่ต้องเสียเวลาเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้ง นอกจากนี้ยังรองรับ USB-C audio สำหรับการเล่นไฟล์เสียงดิจิทัลแบบ Plug-and-play ที่มีความหน่วงต่ำ (low-latency) เหมาะสำหรับการฟังเพลง ดูหนัง และเล่นเกม ส่วนฟังก์ชัน Auto Wake Up ช่วยให้ลำโพงที่เสียบไฟภายนอกอยู่สามารถเข้าสู่โหมด Standby และตื่นขึ้นมาทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ที่เคยจับคู่ไว้ทำการเชื่อมต่อใหม่

การควบคุมตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้อยู่บนตัวผลิตภัณฑ์อย่างลงตัว ปุ่มหมุนสัมผัสประณีตใช้ควบคุมการเล่นเพลง การเปลี่ยนแทร็ก ปรับระดับเสียง และเปิดใช้งาน Ultra Bass พร้อมปุ่มกดแยกต่างหากสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง การจับคู่ Bluetooth และ Auracast

ลำโพงทั้งสองรุ่นได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 สามารถจมน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที และรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานสูงสุด 18 ชั่วโมง (ที่ระดับความดัง 50% และเปิด Ultra Bass) โดยการชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้งานฟังเพลงได้นานสูงสุดถึง 1 ชั่วโมง

ราคาจำหน่ายในประเทศไทย

  • CMF Speaker S วางจำหน่ายในสี White, Dark Grey, Orange และ Turquoise ในราคา 2,699 บาท 
  • CMF Speaker M วางจำหน่ายในสีเดียวกันทั้ง 4 สี ในราคา 4,299 บาท

ทั้งสองรุ่นเตรียมเปิดจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ AIS, Banana, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTokShop

สามารถดูรายละเอียดข้อมูลทางเทคนิคและคุณสมบัติทั้งหมดได้ที่ nothing.tech 

Loading