ในยุคเริ่มต้นของกล้อง DSLR แคนนอนได้เปิดตัวกล้อง EOS Digital Rebel / EOS 300D / EOS Kiss Digital (ชื่อรุ่นผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค) ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในเดือนกันยายน 2546 ด้วยระดับราคาที่แข่งขันได้ ดีไซน์กะทัดรัด และน้ำหนักเบา กล้องรุ่นบุกเบิกนี้ยังช่วยส่งเสริมให้ตลาดกล้อง DSLR เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้แคนนอนขึ้นครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ทั่วโลกและเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองแห่งกล้อง DSLR ที่แท้จริง
ในเดือนตุลาคม 2561 บริษัทได้เปิดตัวกล้องในระบบ EOS R System ที่ขยายขอบเขตของการถ่ายภาพไปอีกขั้น ตามมาด้วยกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 ซึ่งเป็นกล้องรุ่นแรกของโลก[3] ที่รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 8K โดยเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2563 และ EOS R1 กล้องเรือธงที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งผสานประสิทธิภาพของระบบออโต้โฟกัสขั้นสูง คุณภาพของภาพถ่ายระดับสูง และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการความเป็นเลิศ โดยแคนนอนยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในโลกแห่งการถ่ายภาพอย่างไม่หยุดยั้ง
ในปี 2568 แคนนอนได้ขยายระบบ EOS R System ให้ครอบคลุมการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวกล้อง มิเรอร์เลส APS-C รุ่น EOS R50 V (พฤษภาคม 2568) ซึ่งเป็นรุ่นแรกในซีรีส์ EOS V ใหม่ที่มาพร้อมฟังก์ชันการถ่ายวิดีโออย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R6 Mark III (พฤศจิกายน 2568) ที่รวบรวมสมรรถนะการถ่ายภาพอันยอดเยี่ยมไว้ในเครื่องเดียว เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานสมัครเล่นที่ต้องการอัปเกรดผลงาน
นอกจากนี้ แคนนอนยังเปิดตัวเลนส์เมาท์ RF[4] อีก 7 รุ่นในปี 2568 และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบ EOS R System อย่างต่อเนื่อง แคนนอนจึงสามารถรักษาตำแหน่งส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับ 1 ทั่วโลกในกลุ่มกล้องดิจิทัลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา