แคนนอน เปิดตัวเลนส์ระดับโปร 2 รุ่นต้อนรับศักราชใหม่ ส่ง RF14mm f/1.4L VCM และ RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM ปฏิวัติวงการเลนส์อัลตร้าไวด์ปลดล็อกมุมมองการถ่ายภาพให้แตกต่าง ประเดิม 2 รุ่นแรกของปีด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพมุมกว้างสุดล้ำที่ผสานกับการใช้งานจริง

กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2569 – แคนนอน (Canon)เปิดตัวเลนส์อัลตร้าไวด์เมาท์ RF ใน L-seriesสำหรับกล้อง EOS R system สองรุ่นแรกของปีทั้ง RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM และRF14mm f/1.4L VCM โดยRF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM เป็นเลนส์รุ่นแรกของโลก[1]ที่ให้มุมมองโค้งถึง190° และยังเป็นเลนส์ซูมฟิชอายเมาท์ RF รุ่นแรกของแคนนอนทำงานได้เร็วขึ้น น้ำหนักเบาและครอบคลุมมุมมองกว้างกว่าเลนส์เมาท์ EF รุ่นก่อนทั้งรองรับการสร้างภาพ 2D VR เปิดมิติใหม่แห่งการสร้างสรรค์ภาพแนวฟิชอายที่ตื่นตายิ่งกว่าเดิม พร้อมเติมเต็มไลน์อัปเลนส์ไฮบริดซีรีส์VCM เป็นตัวที่ 6 โดยRF14mm f/1.4L VCMเป็นเลนส์ไพรม์ระดับมืออาชีพมุมกว้างสุดในซีรีส์นี้ ออกแบบมาสำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพทิวทัศน์ ท้องฟ้า และสถาปัตยกรรม ด้วยน้ำหนักเพียง 578 กรัม จึงถือว่าเป็นที่เบาสำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอ

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุขผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “เลนส์ RF14mm f/1.4L VCM และ RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM รุ่นใหม่ ถูกออกแบบมาให้เบาและพกพาง่ายขึ้น พร้อมให้คุณภาพของภาพที่เหนือชั้น ประสิทธิภาพในที่แสงน้อยที่ดีและมุมมองที่กว้างกว่ารุ่นก่อน การเปิดตัวเลนส์ใหม่ทั้งสองรุ่นในปี 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแคนนอนในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการสนับสนุนผู้ใช้งานผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง”

RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM สัมผัสเลนส์ซูมฟิชอายยุคใหม่

เลนส์ซูมฟิชอายรุ่นใหม่ที่ให้ความยาวโฟกัส 7 มม.เมื่อใช้กับกล้องฟูลเฟรม จึงครอบคลุมภาพทิวทัศน์ได้กว้างกว่ารุ่นคลาสิกอย่าง EF8-15mm f/4L Fisheye USM ถึง 10° โดยบันทึกภาพได้กว้างถึง 190° สร้างเอฟเฟกต์ภาพมุมโค้ง (Circular Fisheye) แบบ “Glass ball” ได้อย่างโดดเด่น เหมาะสำหรับการถ่ายสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่หรือเก็บบรรยากาศของสนามกีฬาที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนปลดล็อกมุมมองการถ่ายภาพเดิมๆ ให้ดูแปลกตายิ่งขึ้น

เลนส์รุ่นนี้ยังยกระดับการทำโบเก้ที่สวยงามและการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ดีกว่าเลนส์ซูมฟิชอายแบบออโตโฟกัสรุ่นอื่นๆ ด้วยรูรับแสงที่กว้างถึง f/2.8-f/3.5 ซึ่งเมื่อซูมเข้า เลนส์ RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM จะสามารถสร้างภาพฟิชอายเต็มเฟรมสี่เหลี่ยม(Diagonal fisheye)ที่สวยงามน่าตื่นใจได้ทั้งบนกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมและ APS-C

ด้วยการออกแบบทางออปติกส์ที่พัฒนาขึ้นทำให้เลนส์รุ่นนี้สามารถแก้ไขความคลาดเคลื่อนของภาพ (Aberration correction) ได้อย่างละเอียด ลดการกระจายตัวของสีได้ดีขึ้น จึงให้คุณภาพของภาพที่เหนือกว่าเลนส์เมาท์ EF รุ่นก่อน โดยมีน้ำหนักลดลงถึง 12% เหลือเพียง 476 กรัม

คุณสมบัติมุมมองภาพที่กว้างสุดถึง 190° ยังช่วยรองรับการถ่ายภาพแนวใหม่ ๆ เช่น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลงภาพแบบ Circular fisheye ระยะ 7 มม.ด้วยซอฟต์แวร์ EOS VR Utility ให้เป็นภาพพาโนรามาแบบกึ่งทรงกลม (2D 180° VR) คุณภาพสูงเพื่อดูบนจอคอมพิวเตอร์หรือแว่นตา VR ได้ ซึ่งเลนส์รุ่นนี้มีการแสดงผลภาพแบบฟิชอายที่ได้ภาพแบบโค้งแต่ยังคงอัตราส่วนความโค้งที่ได้สมมาตรตั้งแต่จุดกลางไปยังขอบภาพ ทำให้ได้ที่คมชัดและสมจริง เมื่อนำมาแปลงเป็น 2D VR

เลนส์ RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM ยังมาพร้อม Drop-in Clear Filter และสามารถใช้งานร่วมกับ Drop-in Filter Mount Adapter EF-EOS R ได้ ทั้งยังรองรับ Drop-in Variable ND Filter A และ Drop-in Circular Polarizing Filter A ซึ่งมีจำหน่ายแยก

RF14mm f/1.4L VCM เลนส์มุมกว้างเพื่อการใช้งานอเนกประสงค์

RF14mm f/1.4L VCM คือผลรวมของการผสานมุมมองของเลนส์ 14มม. เข้ากับความสามารถในการถ่ายภาพที่แสงน้อยด้วยรูรับแสงกว้างf/1.4 เพื่อการบันทึกภาพพื้นที่กว้าง เช่น การถ่ายทางช้างเผือกท่ามกลางทิวทัศน์กว้างใหญ่ในสภาพแสงน้อย ด้วยน้ำหนักราว 578 กรัม ทำให้เลนส์รุ่นนี้เบากว่า EF14mm f/2.8L II USM ถึง10% แต่ให้รูรับแสงกว้างถึง f/1.4 ซึ่งหมายความว่ากว้างกว่าถึงสอง stop แต่ให้แสงผ่านมากกว่าถึงสี่เท่า และด้วยโครงสร้างกะทัดรัดน้ำหนักเบาทำให้เลนส์รุ่นนี้กลายเป็นอุปกรณ์คู่มือของช่างภาพที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพการทำงานและการพกพาที่สะดวกสบาย

เช่นเดียวกับเลนส์ไพรม์แบบไฮบริดรุ่นอื่น ๆ ในซีรีส์f/1.4L VCM ของแคนนอนเลนส์ RF14mm f/1.4L VCM มาพร้อมมอเตอร์ VCM ที่เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอ รวมถึงมีวงแหวน iris เพื่อการควบคุมรูรับแสงที่ลื่นไหลระหว่างการบันทึก เลนส์ยังผ่านการออกแบบทางออปติกส์เพื่อลดปัญหา Focus breathing และติดตั้งส่วนประกอบพิเศษเพื่อมอบประสิทธิภาพทางออปติกส์ที่โดดเด่น ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ aspheric แบบ GMo (Glass molded) สามตัวที่วางตำแหน่งอย่างเหมาะสมเพื่อลด Sagittal coma flare สำหรับการถ่ายภาพแหล่งกำเนิดแสงที่มีความคมชัด พร้อมเลนส์ Fluoriteและ BR optical elements เพื่อลดการกระจายตัวของสีในเลนส์มุมกว้างที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีที่ใส่ฟิลเตอร์ด้านหลังเลนส์สำหรับการติดตั้งฟิลเตอร์แบบแผ่น

ด้วยความเป็นเลนส์ L-series ระดับมืออาชีพทั้งสองรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบความทนทานและความน่าเชื่อถือ ทำให้ RF14mm f/1.4L VCM และ RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM มาพร้อมโครงสร้างกันฝุ่นและละอองน้ำ เคลือบฟลูออรีนป้องกันคราบสกปรกด้านหน้าของเลนส์ รวมถึงชั้นเคลือบออปติกส์และชั้นเคลือบพิเศษเพื่อลดแสง Flareและ Ghosting ทั้งหน้าเลนส์

สินค้าเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยประมาณเดือนมีนาคม 2569

ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์

รุ่น RF7-14mm f/2.8-3.5L Fisheye STM RF14mm f/1.4L VCM
ทางยาวโฟกัส 7-14 มม. 14 มม.
รูรับแสงกว้างสุด f/2.8-3.5 f/1.4
ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.15 มม. (ทางยาวโฟกัส 7-14 มม.ออโต้โฟกัส) 0.24 มม.
กำลังขยายสูงสุด 0.35 เท่า* (ทางยาวโฟกัส 14 มม. ออโต้โฟกัส)

*จุดศูนย์กลางของฉาก

0.11 เท่า
โครงสร้างเลนส์ 16 ชิ้น 11 กลุ่ม 18 ชิ้น 13 กลุ่ม
ประเภทฟิลเตอร์ รองรับ Drop-In Filters ใช้กับ Drop-In Filter Mount Adapter EF-EOS R

(ทั้ง 3 ประเภท)

Uses Rear Gelatin Filter Holder
ม่านรูรับแสง 9 11
มุมมองภาพ 190° 114°
รูปแบบการแสดงภาพ Equidistant projection มี
เส้นผ่าศูนย์กลางและความยาวสูงสุด ประมาณ 76.5 มม. × 109.4 มม. ประมาณ 76.5 มม. x 112.0 มม.
น้ำหนัก ประมาณ 476 กรัม ประมาณ 578 กรัม

 

[1]เลนส์นรุ่นแรกสำหรับกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่ใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม 35 มม. ข้อมูลการวิจัยของแคนนอน ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Loading