Xiaomi 14T Series เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น โดยชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพทั้งกลางวันและกลางคืนภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Master light, capture night’ อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี Advanced AI ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น สำหรับรีวิวนี้จะเป็นคิวตัวพี่ Xiaomi 14T Pro โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับเลนส์ออปติคอล Summilux รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Leica เลนส์ระดับมืออาชีพแบบ 7P ชิ้นเลนส์ช่วยลดการเกิดแสงสะท้อนพร้อมรูรับแสงที่กว้างขึ้น ถูกจับคู่กับเซ็นเซอร์รับภาพ Light Fusion 900 เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.31 นิ้ว ค่ารูรับแสง ƒ/1.6 พร้อมระบบกันสั่น OIS นอกจากความสดใหม่ของเซนเซอร์หลักแล้ว รุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 เลนส์ ครอบคลุมความยาวโฟกัส 5 ระยะ ตั้งแต่ 15 มม. ถึง 120 มม. เหมาะกับการถ่ายภาพทุกสถานะการณ์
นอกจากเรื่องกล้องถ่ายภาพแล้ว Xiaomi 14T Pro ยังมาพร้อมกับชิปประมวลผลระดับเรือธง MediaTek Dimensity 9300+ที่เร็วและแรงมากแถมมี NPU MediaTek NPU 790 (Generative AI)รองรับการใช้งาน AI อย่างเต็มรูปแบบ หน่วยความจำแบบใหม่ที่อ่านและเขียนข้อมูลความเร็วสูง RAM LPDDR5X 8533Mbps พร้อม ROM UFS 4.0 สามารถใช้งานได้ยาวนานกับแบตเตอรี่ 5000mAh รองรับชาร์จไว 120 W แบบมีสาย / 50W แบบไร้สาย
SPEC Xiaomi 14T Pro
- จอ AMOLED 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 144Hz ความลึกของสีแบบ 12Bit หรือมากกว่า 6.8 หมื่นล้านสี, ความสว่างสูงสุด 4000nits, รองรับการแสดงผล HDR10+ , Dolby Vision
- ชิประดับเรือธง CPU MediaTek Dimensity 9300+
- GPU Immortalis-G720
- MediaTek NPU 790 (Generative AI)
- RAM LPDDR5X 8533Mbps ขนาด 12GB
- ROM UFS 4.0 512GB – 1TB
- กล้องหลัง 3 เลนส์ LEICA VARIO-SUMMILUX ความละเอียด 50+50+8MP รองรับการถ่าย 8K 30fps
- กล้องหน้า 32MP
- ลำโพงคู่สเตอริโอ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับ Wi-Fi 7 / NFC / Bluetooth 5.4
- ตัวเครื่องป้องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
- แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับชาร์จไว 120 W แบบมีสาย / 50W แบบไร้สาย
- วางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ Titan Gray, Titan Blue, Titan Black
- ราคาแยกจากหน่วความจำ 12GB+512GB ราคา 21,990 บาท, 12GB+1TB ราคา 24,990 บาท
อุปกรณ์ภายในกล่อง
อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้
- ตัวเครื่อง Xiaomi 14T Pro
- สาย USB-C
- เคสซิลิโคน
- คู่มือการใช้งาน
- เข็มจิ้มถาดซิม
วัสดุและการดีไซน์
Xiaomi 14T Pro มาพร้อมกับขอบจอบางเฉียบทั้งสี่ด้าน Ultra-thin bezel design พาแนล AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 2712 x 1220พิกเซล ความลึกของสีแบบ 12Bit หรือมากกว่า 6.8 หมื่นล้านสี, ความสว่างสูงสุด 4000nits, รองรับการแสดงผล HDR10+ , Dolby Vision การแสดงผลของหน้าจอยังมี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์, มีโหมดถนอมสายตามาให้ การหรี่ไฟสูงสุด 3840 PWM ได้รับการรับรองแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV Rheinland
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนที่หน้าจอดีมากๆ แสดงผลได้คมชัด สีสันสวยงาม เหมาะทั้งการชมคอนเท็นต่างๆและเล่นเกม เต็มอิ่มทั้งภาพและเสียงกับลำโพงคู่สเตอริโอ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
อัตรารีเฟรช 144Hz, ความไวตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 480Hz ทำให้การแสดงผลหน้าจอดูไหลลื่นและทัชที่ตอบสนองเร็วมากๆครับ
ด้านขวามือจะมีปุม Textured power button และปุ่มปรับระดับเสียง
การดีไซน์ตัวเครื่องเน้นความเรียบง่ายถือใช้งานสะดวกสบาย Ergonomic design ภายใต้คอนเซ็ป Titan Design โดยจะมากันทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Titan Gray, Titan Blue, Titan Black ตัวเครื่องเน้นความเรียบง่ายดูสบายตา ฝาหลังมีความโค้งแบบ 3D กรอบตัวเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมอัลลอยมีความแข็งแรงและผิวสัมผัสดีมากๆ ด้านหลังจะประกอบไปด้วยชุดเลนส์พร้อมไฟแฟลชวางในกรอบสี่เหลี่ยมเดียวกัน ตัวเครื่องสามารถกันฝุ่นกันน้ำได้ระดับมาตราฐาน IP68
ขนาดตัวเครื่อง 160.4 x 75.1 x 8.39 มม. น้ำหนัก 209 กรัม
ระบบปฏิบัติการ
Xiaomi 14T Pro มาพร้อมกับ ครอบทับด้วย Xiaomi HyperOS จุดเด่นที่มาพร้อมกับ Advanced AI สามารถแชทกับ Gemini ผู้ช่วย AI จาก Google ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการค้นหาข้อมูลและรูปภาพ โดยเรากดปุ่มโฮมค้างไว้แล้วแค๊ปหน้าจอโดยที่ไม่ต้องออกจากแอ๊ปนะครับ และอนาคตจะมีอัพเดทเพิ่มเติมให้อีกหลายฟังก์ชั่นตามมา ต้องยกความดีความชอบให้ MediaTek NPU 790 (Generative AI) ที่สามารถใช้งาน AI ได้เต็มรูปแบบ
ประสิทธิภาพการทำงาน
Xiaomi 14T Pro มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์เรือธง MediaTek Dimensity 9300+ ที่เร็วและแรงมากๆ พร้อมกับ GPU Immortalis-G720 ที่ประมวลกราฟิกได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นเกมชิปตัวนี้เอาอยู่สบายๆครับ จุดเด่นของชิปรุ่นนี้คือ MediaTek NPU 790 (Generative AI) ที่จะเข้ามาช่วยประมวลผลด้าน AI ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
สำหรับการรับสัญญาณมือถือจะมี Xiaomi Surge T1 Tuner ที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อนั้นมีความเสถียรและคุณภาพเซลลูลาร์นั้นดียิ่งขึ้น และรุ่นนี้รองรับ WiFi 7 ด้วยนะ
หน่วยความจำ
- RAM LPDDR5X 8533Mbps ขนาด 12GB
- ROM UFS 4.0 512GB – 1TB
สำหรับการเล่นเกมจะมีฟังก์ชั่น Game Turbo เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและจัดการการแจ้งเตือนต่างๆให้ ส่วนความลื่นไหล สเปคระดับนี้ไม่ต้องกังวลกันแล้ว PUBG120fps ยังแตะมาแล้ว ใช้งานได้ยาวนานกับแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh รองรับชาร์จไว 120 W แบบมีสาย / 50W แบบไร้สาย (ภายในกล่องไม่แถมที่ชาร์จมาให้นะ)
กล้องถ่ายภาพ
กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f2.0 รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K
กล้องหลัง 3 เลนส์ LEICA VARIO-SUMMILUX 1:1.6-2.2/15-60 ASPH แบ่งการทำงานได้ดังนี้
- เลนส์หลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Light Fusion 900 แบบ 4-in-1 Super Pixel ขนาด 2.4µm ค่ารูปรับแสง ƒ/1.6 มีระบบกันสั่น OIS, ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 23 มม.
- เลนส์เทเลโฟโต้ ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง ƒ/2.0, ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 60 มม.
- เลนส์มุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง ƒ/2.2 มุมกว้าง 120˚ FOV ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 15 มม.
จุดเด่นของเลนส์ทั้ง 3 ตัวคือสามารถถ่ายได้ทั้งหมด 5 ระยะ
- ระยะ 15 มม. เหมาะกับการถ่ายมุมกว้าง ต้องการเก็บรายละเอียดรอบข้างได้มากกว่า
- ระยะ 23 มม.เป็นระยะมาตราฐานทั่วไปใกล้เคียงกับสายตาที่มองเห็น
- ระยะ 46 มม. เหมาะกับการถ่ายโหมดบุคคลแบบครึ่งตัว
- ระยะ 60 มม. เหมาะกับการถ่ายพอร์ตเทรต ที่ให้การเบลอหลังสวยงามดูมีมิติ
- ระยะ 120 มม. เหมาะกับการถ่ายระยะไกลๆ ยังให้รายละเอียดครบถ้วน
นอกจากระยะที่ครอบคลุมมากขึ้น รอบนี้ได้เพิ่มรูปสไตล์ของการถ่ายภาพให้เหมาะกับการถ่ายโหมดบุคคลเข้ามา ตอนนี้จะมีทั้ง Leica Vibrant , Leica Authentic และล่าสุดคือ Leica PORTRAIT เข้ามาให้
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Xiaomi 14T Pro ข้อมูลและระยะการถ่ายภาพจะอยู่ในลายน้ำเลยนะครับ ภาพไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติม
สรุป
สำหรับท่านที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปคเรือธงกับค่าตัวสองหมื่นต้นๆ Xiaomi 14T Pro น่าจะตอบโจทน์ท่านได้ สเปคทุกอย่างที่ให้มาคือสุดจริงกับค่าตัวประมาณนี้ จอแสดงผลได้สวยคมชัด ลำโพงคู่ กล้องถ่ายภาพสวยงาม จบครบในเครื่องเดียว
Shopee สั่งซื้อ >> Link