ประเด็นสำคัญ
- 20 ปีแห่งความเป็นผู้นำด้านเกมมิ่ง: ภายในงานจะมีการจัดพื้นที่แสดง “Dare to Innovate virtual event” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของความเป็นผู้นำที่กล้าทดลองและสร้างนวัตกรรมเกมมิ่งที่แตกต่างอย่างไม่หยุดยั้ง
- ขยายขอบเขตโลกแห่งเกมมิ่ง: นำเสนอนวัตกรรมเกมมิ่งประสิทธิภาพขั้นสูง นำทัพโดยเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG Zephyrus รุ่นใหม่ล่าสุด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
- ความร่วมมือกับค่ายเกมชั้นนำ: ROG จับมือกับค่ายเกม Kojima Productions ผู้สร้างเกมชื่อดัง Death Stranding เปิดตัว ROG Flow Z13-KJP เกมมิ่งแท็บเล็ตที่แรงที่สุดในโลกคอลเลกชันพิเศษเฉพาะ ROG เท่านั้น
- เกมมิ่งโน้ตบุ๊กหน้าจอคู่ 16 นิ้ว เครื่องแรกของโลก: ROG ได้ยกระดับมาตรฐานแห่งนวัตกรรมไปอีกขั้น กับการบุกเบิกครั้งสำคัญของ ROG Zephyrus Duo เกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบ 2 หน้าจอที่เหนือระดับไม่เหมือนใคร
ลาสเวกัส, ประเทศสหรัฐอเมริกา, 5 มกราคม 2569 – เอซุส ภายใต้แบรนด์รีพับบลิค ออฟ เกมเมอร์ส (ROG) ประกาศจัดงาน Dare to Innovate virtual event ในงาน CES 2026 อย่างเป็นทางการ เพื่อเผยวิสัยทัศน์บทใหม่ของแบรนด์ทั้งด้านประสิทธิภาพเกมมิ่ง การออกแบบ และวัฒนธรรมเกมมิ่ง โดยการจัดแสดงครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญของ ROG พร้อมทั้งนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเสริมพลังให้กับทั้งเกมเมอร์สและครีเอเตอร์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ROG ในการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม การสร้างสรรค์ผลงาน และสมรรถนะการแข่งขันในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งในงานมีการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเต็มเกมมิ่งของ ROG อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก เดสก์ท็อป เมนบอร์ด และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบด้วยฟีเจอร์ระดับโลกเป็นครั้งแรก พร้อมขีดความสามารถขั้นสูงที่ยกระดับทั้งประสิทธิภาพและความสมจริงในการใช้งาน
ในวาระครบรอบ 20 ปีครั้งสำคัญนี้ ROG ได้ย้อนมองเส้นทางแห่งความสำเร็จที่หล่อหลอมจากแนวคิดอันกล้าท้าทาย งานวิศวกรรมระดับบุกเบิก และความทุ่มเทอย่างไม่ย่อท้อต่อคอมมูนิตี้ทั่วโลก ตั้งแต่เมนบอร์ด Crosshair รุ่นพลิกวงการในปี 2006 ไปจนถึงแพลตฟอร์มเกมมิ่งล้ำสมัยในปัจจุบัน ทุกหมุดหมายสะท้อนจิตวิญญาณ For Those Who Dare (แด่เหล่าผู้กล้า) อันเป็นคำมั่นสัญญาในการท้าทายขนบเดิม และนิยามขีดจำกัดใหม่ของฮาร์ดแวร์เกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง
เพื่อต่อยอดจิตวิญญาณเหล่านี้ ROG Lab จึงเปรียบเสมือนหัวใจของจิตวิญญาณแห่งการทดลองของ ROG ที่เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ การจัดแสดงในปีนี้ได้นำเสนอความก้าวหน้าทางวิศวกรรมจาก ROG Lab ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพ ระบบระบายความร้อนขั้นสูง และการออกแบบที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับวิธีการเล่น การสร้างสรรค์ และการเชื่อมต่อเหล่าเกมเมอร์สในทุกมิติ
ROG ยังได้ขยายอิทธิพลสู่มิติเชิงวัฒนธรรม ผ่านความร่วมมือกับค่ายเกมระดับโลก ที่ผสานโลกของเกมมิ่งเข้ากับดนตรี แฟชั่น ศิลปะ และความบันเทิง ความร่วมมือกับครีเอเตอร์และแฟรนไชส์ระดับไอคอน อย่างค่ายเกม “Kojima Productions” นับเป็นก้าวสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ร่วมกันภายในอีโคซิสเต็มข้ามอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทของ ROG ในการหล่อหลอมอัตลักษณ์และคอมมูนิตี้เกมมิ่งในระดับโลก
ทั้งนี้ ROG ยังมุ่งมั่นในการบุกเบิกโลกอนาคตของวงการเกมมิ่ง เปลี่ยนวิสัยทัศน์อันกล้าท้าทายให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง โดยงาน CES 2026 จะจัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสามารถสัมผัสนวัตกรรมล่าสุดจาก ROG ได้ที่ The Venetian Expo ชั้น 3 บูธ San Polo #3403 ระหว่างวันที่ 5–8 มกราคม 2569

เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG Zephyrus: สมจริง พร้อมขับเคลื่อนด้วย AI และพกพาสะดวกขั้นสุด
เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงในทุกที่ทุกเวลา โดยไลน์อัพสินค้าของ ROG Zephyrus ได้มอบพลังการทำงานตลอดทั้งวัน พร้อมภาพที่สวยงามคมชัดในตัวเครื่องดีไซน์บางเบาและพกพาง่ายในระดับขั้นสุด อีกทั้งมีฟีเจอร์ AI อัจฉริยะและระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ทั้งครีเอเตอร์และเกมเมอร์สสามารถทำงานและดื่มด่ำกับประสบการณ์การใช้งานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
ROG Zephyrus G14 / G16
ROG Zephyrus G14 (GU405/GA403) และ ROG Zephyrus G16 (GU606) ได้พลิกนิยามเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ทรงประสิทธิภาพในขนาดกะทัดรัด ด้วยขุมพลังประมวลผลเจเนอเรชันใหม่ พร้อมหน้าจอระดับ HDR รุ่นใหม่ที่ให้ความสว่างสูงขึ้นและมิติของภาพที่ลึกยิ่งกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์สที่ต้องการความสามารถที่มากขึ้น ในดีไซน์ตัวเครื่องที่ยังคงเพรียวบางและดูหรูหรา
ROG Zephyrus G14 (GU405) และ G16 (GU606) มาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra Series 3 มอบประสิทธิภาพการทำงานที่ยืดหยุ่น พร้อมพลังประมวลผล NPU สูงสุดถึง 50 TOPS สำหรับงาน AI แบบประมวลผลภายในเครื่อง (Local AI) และเวิร์กโฟลว์ของ AI ภายในเกม โดยรุ่น G14 (GU405) หน้าจอขนาด 14 นิ้ว รองรับการ์ดจอสูงสุด NVIDIA® GeForce RTX™ 5080 ขณะที่ G16 (GU606) หน้าจอขนาด 16 นิ้ว รองรับการ์ดจอสูงสุด NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 บนสถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell พร้อมเทคโนโลยี DLSS 4 และ Frame Generation ด้านกำลังไฟสูงสุดของการ์ดจอ (Max GPU TGP) ได้รับการเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 23% ในโหมด Manual จาก 120W เป็น 130W บนรุ่น G14 และจาก 130W เป็น 160W บนรุ่น G16 นอกจากนี้ Zephyrus G14 (GA403) ยังมีตัวเลือกโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI เจเนอเรชันใหม่ ที่ผ่านการรับรอง Copilot+ และรองรับการประมวลผล AI ภายในเครื่องอย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยพลังประมวลผล NPU สูงสุด 50 TOPS และการรองรับ Copilot+ เกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั้งสองรุ่นจึงมีตัวเร่งประสิทธิภาพด้าน AI มาไว้ภายในตัวเครื่องโดยตรง สำหรับการเล่นเกม การสร้างสรรค์ผลงาน และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลผ่านคลาวด์ ขณะที่ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling ช่วยให้พัดลมทั้งสองรุ่นทำงานได้อย่างเงียบ (ในโหมด Silent) และให้ประสิทธิภาพสูงสุด (ในโหมด Turbo) แม้ภายใต้การใช้งานที่หนักหน่วง ด้วยดีไซน์แผงด้านล่างเครื่องใหม่ ช่องระบายอากาศที่ปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และการใช้โลหะเหลวนำความร้อน Liquid Metal บน CPU
ในด้านหน้าจอ ROG Zephyrus รุ่นใหม่นี้มาพร้อมเทคโนโลยี ROG Nebula HDR Display รุ่นใหม่ล่าสุด ความสว่างสูงสุด 1,100 nits ที่ผ่านการปรับจูนด้วย Nebula HDR Engine ให้เห็นไฮไลต์ของภาพที่โดดเด่นยิ่งขึ้น คอนทราสต์ที่ลึกขึ้น และภาพ HDR ที่สมจริงมากกว่าเดิม พร้อมรองรับช่วงสี 100% DCI-P3 และความแม่นยำของสีระดับ Delta E < 1 เพื่อคุณภาพระดับสเกลภาพยนตร์ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้นช่วยให้ทำงานได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังเพิ่มช่อง full-size SD card reader เพื่อความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูล อีกทั้ง ROG Zephyrus G14 และ G16 ยังคงโดดเด่นด้วยตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่ขึ้นรูปด้วยกระบวนการ CNC พร้อมดีไซน์ไฟ Slash Lighting โฉมใหม่ และผิวสัมผัสแบบ Glass-Mirror Finish ทั้งหมดนี้คือการผสมผสานทั้งประสิทธิภาพ การพกพา และความมีสไตล์ไว้ได้อย่างลงตัว

ROG Zephyrus Duo (GX651)
ROG Zephyrus Duo (GX651) แบบ 2 หน้าจอ จะเข้ามายกระดับความอเนกประสงค์ไปอีกขั้น ด้วยหน้าจอสัมผัสผ่านเทคโนโลยี ROG Nebula HDR OLED ความละเอียด 3K จำนวนสองจอ รีเฟรชเรต 120Hz และอัตราการตอบสนองเพียง 0.2ms มอบภาพที่ลื่นไหล คมชัด ไร้อาการภาพฉีกขาด พร้อมรองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม สตรีมมิ่ง หรือสายครีเอทีฟ โดยหน้าจอหลักยังรองรับ NVIDIA G-SYNC® เพื่อประสบการณ์การแสดงผลของภาพที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel รุ่นใหม่ล่าสุด และการ์ดจอสูงสุด NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 ทำให้สามารถรับมือกับเกมระดับ AAA งานสร้างคอนเทนต์ และงานด้าน AI ได้อย่างสบาย อีกทั้ง ROG Zephyrus Duo ยังรองรับ 5 โหมดการใช้งาน เพื่อให้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ขณะที่ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling ซึ่งประกอบด้วยห้องไอน้ำ Vapor Chamber, พัดลมคู่ และแผ่นกราไฟต์เฉพาะทาง ทำงานร่วมกันเพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดของระบบออกมา มอบความยืดหยุ่นขั้นสุดสำหรับการทำงาน การเล่นเกม และการสร้างสรรค์ผลงานในเครื่องเดียว

ROG x Kojima Productions: สุดยอดความร่วมมือด้านเกมมิ่งและการเล่าเรื่อง
ROG จับมือกับค่ายเกม Kojima Productions ผู้สร้างเกมชื่อดัง Death Stranding เพื่อผสานเทคโนโลยีเกมมิ่งประสิทธิภาพสูงเข้ากับการเล่าเรื่องและศิลปะอันเปี่ยมวิสัยทัศน์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ การสำรวจ และประสบการณ์อันยอดเยี่ยม มอบคอลเลกชันเกมมิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ควบคู่ไปกับคุณค่าในฐานะไอเทมสะสม สำหรับเกมเมอร์ส ครีเอเตอร์ และนักฝันทั่วโลก

ROG Flow Z13-KJP คือก้าวแรกและเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ โดยผสานนวัตกรรมเกมมิ่งตลอด 20 ปีของ ROG เข้ากับศิลปะการเล่าเรื่องอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของ Kojima Productions ตัวอุปกรณ์ได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนและตีความคุณค่าหลักของสตูดิโอขึ้นมาใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากมาสคอตระดับไอคอนอย่าง Ludens โดย ROG Flow Z13-KJP เป็นเกมมิ่งแท็บเล็ตแบบ 2-in-1 ที่แรงที่สุดในโลก ประสิทธิภาพขั้นสูงแถมยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นเกม แท็บเล็ตสำหรับครีเอเตอร์ เวิร์กสเตชัน หรือโน้ตบุ๊กพกพาขนาดบางเบา ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI Max+ 395 พร้อมกราฟิกบนซีพียู Radeon™ 8060S และพลังประมวลผล NPU สูงสุด 50 TOPS มอบสมรรถนะระดับเดสก์ท็อปและการเร่งประสิทธิภาพ AI ภายในเครื่อง ในขนาดตัวเครื่องไซส์แท็บเล็ต
หน้าจอสัมผัสด้วยเทคโนโลยี ROG Nebula HDR ขนาด 13.4 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รีเฟรชเรตสูงถึง 180Hz พร้อมช่วงสี 100% DCI-P3 ถ่ายทอดภาพในระดับภาพยนตร์และการเคลื่อนไหวที่ตอบสนองฉับไวเป็นพิเศษ ขณะที่คีย์บอร์ดแบบถอดได้และตัวเครื่องดีไซน์บาง ช่วยให้การเล่นเกมและการสร้างสรรค์ผลงานเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งตัวเครื่องได้รับการออกแบบโดยคุณ Yoji Shinkawa ถ่ายทอดการผสานระหว่างศิลปะและวิศวกรรมให้กลายเป็นไอเทมสะสมสุดพิเศษ เสริมด้วยบรรจุภัณฑ์เฉพาะของ Kojima Productions อีกทั้งธีมฉากหลังของซอฟต์แวร์ Armoury Crate แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และวอลเปเปอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากมาสคอต Ludens อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของ ROG Flow Z13-KJP ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยชิ้นแรกคือหูฟัง ROG Delta II-KJP Headset มอบคุณภาพเสียงที่สมจริงด้วยไดรเวอร์เคลือบไทเทเนียมขนาด 50 มม. พร้อมการสื่อสารที่คมชัดผ่านไมโครโฟน Super-Wideband ขนาด 10 มม. รองรับ DualFlow Audio เพื่อการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ เสริมด้วยเทคโนโลยีไร้สาย ROG SpeedNova และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 100 ชั่วโมง
ชิ้นที่สองได้แก่เมาส์ ROG Keris II Origin-KJP Mouse โดดเด่นด้วยดีไซน์น้ำหนักเบาเพียง 63 กรัม ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมไฟ RGB 3 โซน, เซนเซอร์ออปติคัล ROG AimPoint Pro ความละเอียดสูงสุด 42,000 dpi และเทคโนโลยี SpeedNova Wireless เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ ลื่นไหล และไร้อาการหน่วงระหว่างการเล่นเกม
ปิดท้ายด้วยแผ่นรองเมาส์ ROG Scabbard II XXL-KJP Mouse Pad ที่ตกแต่งด้วยลวดลาย Ludens วาดด้วยมือโดยคุณ Yoji Shinkawa ผสานดีไซน์ระดับไอเทมสะสมเข้ากับความทนทาน มีคุณสมบัติกันน้ำ กันน้ำมัน และกันฝุ่น ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานในระยะยาว
ROG Flow Z13-KJP และอุปกรณ์เสริมดีไซน์จาก Kojima Productions เมื่อนำมาใช้งานร่วมกันแล้ว จะมอบอีโคซิสเต็มเกมมิ่งแบบครบวงจรที่ผสานทั้งประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน เปลี่ยนทุกช่วงเวลาของการเล่นเกมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างแท้จริง

ROG G1000: เกมมิ่งเดสก์ท็อปผสานนวัตกรรมโฮโลกราฟิก
ROG G1000 พลิกนิยามของเกมมิ่งเดสก์ท็อป ด้วยการผสานประสิทธิภาพขั้นสุดเข้ากับนวัตกรรมที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา โดยมีหัวใจสำคัญคือระบบพัดลม AniMe Holo ซึ่งเป็นระบบพัดลมโฮโลแกรมแบบ built-in เครื่องแรกของโลกในเกมมิ่งเดสก์ท็อปแบบประกอบสำเร็จรูป (Prebuilt Gaming PC) ที่สามารถฉายภาพโฮโลแกรมแบบปรับแต่งได้ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกในสไตล์เฉพาะตัว
โมดูล AniMe Holo ถูกติดตั้งไว้ในห้องแยกอิสระ พร้อมดีไซน์ประตูแบบบานพับ ช่วยให้ทิศทางลมไม่รบกวนเส้นทางการระบายความร้อนของชิ้นส่วนหลัก และลดเสียงรบกวนของระบบโดยรวมด้วยการจำกัดแรงสั่นสะเทือนจากระบบโฮโลแกรม
ด้านระบบระบายความร้อน ROG Thermal Atrium ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ CPU จะนำอากาศเย็นเข้าสู่ระบบผ่านชุดน้ำ AIO ขนาด 420 มม. พร้อมพัดลม 3 ตัว และเส้นทางลมแบบแยกอิสระ เพื่อรักษาอุณหภูมิและเสถียรภาพของชิ้นส่วนสำคัญตลอดการเล่นเกมเป็นเวลานาน
ROG G1000 มาพร้อมตัวเลือกการ์ดจอ ROG Astral GeForce RTX™ 5090 / 5080, ROG Strix GeForce RTX™ 5070 Ti หรือ AMD Radeon™ 9070XT รองรับหน่วยความจำสูงสุด 128GB DDR5 และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 4TB PCIe® 5.0 SSD โดยผ่านการปรับจูนมาเพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน
ตัวเครื่องใช้เคส ATX Ultra Tower ขนาด 104 ลิตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศ รองรับอุปกรณ์ระบายความร้อนขนาดใหญ่ และดูแลรักษาได้ง่าย พร้อมปุ่มลัด Fan Key เฉพาะบนตัวเครื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนทันทีด้วยการกดเพียงครั้งเดียว
การปรับแต่งทำได้อย่างอิสระผ่านซอฟต์แวร์ Armoury Crate และ Aura Sync ให้ผู้ใช้ควบคุมไฟ RGB ได้ทั่วทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น GPU, พัดลมระบายความร้อน, ชุดน้ำ และ AniMe Holo มอบความสวยงามที่ทรงพลังควบคู่กับสมรรถนะระดับสูง
ROG G1000 ทุกเครื่องผ่านการตรวจสอบความเสถียรอย่างเข้มงวด และมาพร้อมบริการหลังการขายครบวงจรจาก ROG เพื่อมอบความมั่นใจให้ทั้งเกมเมอร์สและครีเอเตอร์ สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้อย่างไร้ข้อกังวล
ทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook https://www.facebook.com/ASUSROG.TH
![]()


