ททท. ชวน feel all the feelings จากทะเลหมอกถึงทะเลใต้ ค้นพบเมืองไทยมุมใหม่กับหลากความรู้สึกที่ไม่รู้ลืม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์เที่ยวทั่วไทย 4 ภาคจากทะเลหมอกถึงทะเลใต้ ดื่มด่ำบรรยากาศที่แตกต่าง และร่วม “feel all the feelings” เปิดหัวใจรับทุก “ความรู้สึก” ค้นพบความ Amazing Thailand กับหลากหลายสถานที่สวยงาม พร้อมดื่มด่ำประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยมุมมองใหม่ที่รอให้คุณออกไปสัมผัสคุณค่า ความหมาย และความประทับใจด้วยตนเอง
ในทุกช่วงเวลา

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ททท. ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านแคมเปญ “feel all the feelings” ชวนเดินทางค้นพบความมหัศจรรย์ของเมืองไทย พร้อมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มากกว่าการเดินทาง ผ่านทุกอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ท่ามกลางความงดงามของประเทศไทยในแต่ละฤดูกาล ซึ่งล้วนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ธรรมชาติจะมีความสวยงาม อบอุ่น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ‘ลิซ่า’ เข้ามาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองไทยในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวได้เห็นประเทศไทยในมุมที่เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกมากขึ้น ไม่ว่าจะภาคเหนือ อีสาน กลาง หรือใต้ ทุกที่ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่คือสถานที่ที่ผู้คนสามารถออกไปค้นพบเรื่องราว ความประทับใจ และช่วงเวลาที่มีความหมายของตัวเองได้ในทุกการเดินทาง”

สัมผัสบรรยากาศเย็นสบายกลางสายหมอกใน “ภาคเหนือ”

เริ่มต้นการเดินทางที่ “ภูลังกา” จังหวัดพะเยา จุดหมายปลายทางของคนรักทะเลหมอก ที่ทุกเช้าเหมือนโลกทั้งใบกำลังถูกห่มด้วยผ้าสีขาวผืนใหญ่ ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อนและอากาศเย็นสดชื่น ให้ความรู้สึกสวยงามราวกับความฝัน ต่อด้วย “วัดเจดีย์หลวง” จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยิ่งดูขลังและงดงามในวันที่ฝนโปรยเบา ๆ ก้อนอิฐเก่าแก่สีเข้มตัดกับท้องฟ้าหม่น เป็นเสน่ห์ของล้านนาที่สงบเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ “เจดีย์ลอยฟ้า วัดพุทธบาทสุทธาวาส” จังหวัดลำปาง คืออีกหนึ่งจุดหมายที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์แฟนตาซี บันไดทอดยาวขึ้นสู่เจดีย์สีขาวสง่าตั้งเรียงรายอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางสายหมอกและวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา ส่วนเชียงรายในฤดูฝน คือช่วงเวลาที่ “ไร่ชา” ถ่ายทอดความเขียวขจีแห่งขุนเขา ลอนใบชาที่ทอดยาวไปตามเนินเขา ดูละมุนราวพรมสีเขียวขนาดใหญ่ ยิ่งได้จิบชาร้อนท่ามกลางอากาศเย็นและสายฝนบาง ๆ ยิ่งทำให้ช่วงเวลาธรรมดากลายเป็นความสุขที่น่าจดจำ และหากอยากใช้ชีวิตให้ช้าลง “บ้านรักไทย” จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ยังเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ไม่เปลี่ยน บ้านดินริมทะเลสาบ แสงไฟอุ่นยามเย็น และหมอกที่ลอยเหนือผืนน้ำ ทำให้ที่นี่เหมือนเมืองเล็กในนิทานที่ใครได้ไปก็ยากจะลืม

ค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติใน “ภาคอีสาน”

ในวันที่ดอกบัวเบ่งบานเต็มผืนน้ำ“ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี คือภาพความงดงามที่แทบไม่มีที่ไหนเหมือน เรือเล็กค่อย ๆ ล่องผ่านทะเลดอกไม้สีชมพูสุดสายตา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า เป็นโมเมนต์ที่ทั้งเงียบสงบและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน ขณะที่ “สามพันโบก” จังหวัดอุบลราชธานี ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยลวดลายหินธรรมชาติกลางลำน้ำโขง แอ่งหินนับพันที่ถูกสายน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติไทยได้อย่างน่าอัศจรรย์

เที่ยวหลากสไตล์หลายความรู้สึกใน “ภาคกลาง”

แม้อยู่ใจกลางเมือง แต่ “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นภาพจำของความงดงามเหนือกาลเวลา เมื่อแสงสะท้อนจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วยขับให้พระปรางค์สีขาวดูโดดเด่นกว่า
ที่เคย และเมื่อพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า แสงไฟโทนอุ่นที่สาดส่องกระทบองค์พระปรางค์ พร้อมเงาสะท้อนระยิบระยับบนผืนน้ำเจ้าพระยา ก็ยิ่งเติมเสน่ห์ให้บรรยากาศริมแม่น้ำงดงามราวภาพวาดอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ อีกหมุดหมายที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาด “น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น” จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงหน้าฝนที่สายน้ำไหลเต็มชั้น น้ำตกสีฟ้าใสท่ามกลางผืนป่าเขียวชอุ่ม กลายเป็นเสียงของธรรมชาติที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ดีที่สุด

ปล่อยใจไปกับทะเลและผืนป่าใน “ภาคใต้”

“แหลมหาด เกาะยาวใหญ่” จังหวัดพังงา คือภาพของทะเลใต้ในวันที่เงียบสงบ สันทรายสีขาวราวกับผงแป้งทอดยาวสู่ท้องทะเลตัดกับน้ำสีฟ้าอมเขียวดูสวยราวภาพวาด ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับการเล่นน้ำ พายเรือคายัค และนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินสุดโรแมนติก ปิดท้ายที่ “อุทยานแห่งชาติเขาสก” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดินแดนขุนเขาแห่งป่าฝนโบราณที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่านและทะเลสาบสีเขียวมรกต สายหมอกที่ลอยเหนือผืนน้ำในยามเช้าทำให้บรรยากาศดูสงบนิ่ง ราวกับธรรมชาติกำลังโอบกอดผู้คนที่เดินทางเข้ามาเยือน หากอยากสัมผัสความงดงามของวิวเหนือเขื่อนในบรรยากาศเขียวชอุ่มเป็นพิเศษ ช่วงฤดูฝนถือเป็นอีกช่วงเวลาที่สวยงามไม่ควรพลาด ขณะที่สายธรรมชาติสามารถเที่ยวชมน้ำตกภายในอุทยานฯ ได้อย่างเต็มอิ่มในช่วงฤดูฝนที่สายน้ำกำลังไหลสวย ส่วนกิจกรรมล่องเรือชมวิวเหนือเขื่อน หรือการนอนพักผ่อนบนแพกลางน้ำ ก็สามารถสัมผัสเสน่ห์ของเขาสกได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน

นอกจากออกเดินทางสัมผัสความมหัศจรรย์ทั่วไทย นักท่องเที่ยวยังจะได้เติมเต็มอีกหนึ่งความประทับใจ กับกิจกรรม Feel All the feelings, Seeking Thailand’s Wonders” ด้วยการสะสม Buddy Rewards  เช็คอินจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศที่กำหนดใน Buddy Reward ครบ 2,000 คะแนน โดยรับแต้มพิเศษเมื่อเที่ยวตามรอยเสน่ห์ไทยไปกับ ลิซ่า ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างน้อย 2 แห่ง ลุ้นรับ Photobox ที่บรรจุ Photocard ภาพ Key Visual Amazing Thailand Ambassador สอดแทรกรูปแหล่งท่องเที่ยว และชุดสติกเกอร์โฮโลแกรม จำนวน 100 รางวัล หรือสะสมใบเสร็จยอดขั้นต่ำ 2,000 บาทจากสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก ททท. ประเภทใดก็ได้จากทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ สถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand สถานประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือรางวัลกินรี ปี 2568 และ สถานประกอบการภายใต้โครงการ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟในแต่ละภูมิภาคที่ออกเดินทาง ประกอบด้วย เสื้อยืดสีดำ 55 เมืองน่าเที่ยว เสื้อยืดสีขาว 55 เมืองน่าเที่ยว ผ้าสารพัดประโยชน์ และพวงกุญแจโลหะสีเงินที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) เชื่อมต่อนักท่องเที่ยวกับชิ้นงานโฆษณา feel all the feelings ได้ทุกที่ทุกเวลา รวม 400 รางวัล ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2569 สำหรับการสะสมใบเสร็จ สามารถลงทะเบียนร่วมสนุกได้จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับรางวัลในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และกติกาของทั้ง 2 กิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tatnewsthai.org/article-infos/6286

เพราะบางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปให้ไกลที่สุด แต่คือการได้ออกไป feel all the feelings สัมผัสกับหลากความรู้สึกกับความงดงามของเมืองไทยที่รอให้นักเดินทางไปค้นพบกับความหมายที่ยิ่งใหญ่ของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

Loading