“แซดทีอี” พาเหรดทัพสมาร์ทโฟน ZTE พร้อมแท็บเล็ตเรือธงสุดล้ำ Nubia PAD 3D พลิกโฉมประสบการณ์ดิจิทัลแบบ 3 มิติด้วยเทคโนโลยีเอไอรุกเจาะตลาดประเทศไทย

กรุงเทพฯ25พฤษภาคม2566 – แซดทีอีคอร์ปอเรชัน (ZTE Corporation) ผู้ให้บริการด้านโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลกประกาศรุกตลาดไทยแซดทีอีดีไวซ์ประเทศไทย (ZTE) ประกาศเปิดตัวNubia PAD 3D แท็บเล็ตเอไอ3มิติรุ่นแรกของโลกในประเทศไทยพร้อมทัพสมาร์ทโฟนใหม่อีก4รุ่นได้แก่ZTE Blade A31plus 2023 ZTE Blade A33s ZTE Blade 53 Pro และnubia Neo 5G ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผลUNISOC ซึ่งเป็นขุมพลังความสามารถของผลิตภัณฑ์ZTE ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อรองรับชีวิตดิจิทัลแห่งอนาคตพร้อมผนึกกำลังคู่ค้ารายย่อย หรือมาสเตอร์ดีลเลอร์เพิ่ม16รายช่วยขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนแซดทีอีกระจายสินค้าและช่องทางการขายทั่วประเทศด้วยเป้าหมายชิงส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มในปี2566นี้

นายหลัวเหว่ยรองประธานแซดทีอีคอร์ปอเรชั่นเปิดเผยว่าZTE เดินกลยุทธ์ทางธุรกิจทั่วโลกด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์เป็น“Driver of Digital Economy” หรือผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยการเดินหน้าดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่นตามกลยุทธ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการลดคาร์บอนโดยกลยุทธ์ล่าสุดของกลุ่มธุรกิจแซดทีอีโมบายดีไวซ์ได้รับการยกระดับอย่างเป็นทางการให้เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะทุกสภาวการณ์2.0 (Full-Scenario Intelligent Ecosystem 2.0) หรือ“1+2+N” เป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลแบบครบวงจรครอบคลุมทุกสถานการณ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือนอกบ้านรวมทั้งมือถือโดยจะมีระบบMyOsเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆได้ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมในตระกูลบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (MBB) บรอดแบนด์ไร้สาย (FWA) และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (IoT) เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคทั่วโลก

ผนวกกับความสามารถของเทคโนโลยี5G ได้เข้ามาช่วยยกระดับการทำงานและชีวิตของผู้คนมากขึ้นทั้งยังผลักดันให้ผู้บริโภคมีอุปกรณ์เคลื่อนที่ในครอบครองมากกว่าหนึ่งเครื่องด้วยสมรรถนะอันทรงพลังของ“คลาวด์เครือข่ายเอดจ์และอุปกรณ์”ระบบปฏิบัติการแซดทีอีมายโอเอส (ZTE MyOS) เข้ามาช่วยทลายพรมแดนของอุปกรณ์ที่แตกต่างกันและสร้างการเชื่อมต่อระหว่างกันอย่างไร้รอยต่อของระบบนิเวศอุปกรณ์รูปแบบ“1+2+N” อันประกอบไปด้วยโทรศัพท์มือถือเทอร์มินอลสัญญาณส่วนตัวและประจำบ้านและผลิตภัณฑ์ต่อพ่วงในระบบนิเวศเดียวกัน

นายจัสตินลีซีอีโอกลุ่มธุรกิจโมบายดีไวเซสประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเสริมว่าแม้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักแต่สำหรับZTE ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อพร้อมรับชีวิตดิจิทัลอัจฉริยะแห่งอนาคตจะเห็นได้จากการพัฒนาอุปกรณ์แท็บเล็ตเอไอ3มิติรุ่นแรกของโลกภายใต้แบรนด์นูเบีย  “นูเบียแพดทรีดี” (Nubia Pad 3D) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานโมบายล์เวิลด์คองเกรส (MWC) ปี2566เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานบนแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับการสตรีมและการเล่นเกมแบบ3มิติให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์และแบ่งปันคอนเทนต์โดยไม่ต้องสวมแว่นตานับเป็นแท็บเล็ตที่เหนือล้ำกว่าทุกรุ่นที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันนี้

“จากสถานการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงแต่ทว่าสมาร์ทโฟน5G ยังคงได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นรวมถึงตลาดโมบายเกมเช่นเดียวกันจากการวิจัยตลาดของรีเสิร์จ แอนด์ มาร์เก็ตคาดการณ์ว่าตลาดเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่8.5%โดยในปีที่แล้วมีจำนวนผู้เล่นเกมออนไลน์บนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นกว่า250ล้านคนจากมาเลเซียไทยเวียดนามอินโดนีเซียสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ถือเป็นหกตลาดเกมมือถือหลักที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งนี้เป็นผลมาจากการลงทุนขยายเครือข่าย5G และเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เป็นปัจจัยหลักผลักดันศักยภาพการเติบโตอย่างมหาศาลรวมถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของe-sports ยังเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดเกมในภูมิภาคนี้อีกด้วยแซดทีอีตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน3%ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือเติบโตกว่า100%ภายใน3 ปีนับจากนี้” นายจัสตินลีกล่าว

ด้านนายชอว์นเผยผู้จัดการประจำประเทศไทยแซดทีอีดีไวซ์ประเทศไทยกล่าวว่า  แซดทีอีประเทศไทยยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์“To enable connectivity and trust everywhere ทำให้ทุกการเชื่อมต่อและเพื่อให้เชื่อมั่นได้ทุกที่”ภายใต้ภารกิจเชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ดีกว่าและประเทศไทยเองก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ZTE มองเห็นโอกาสและศักยภาพสำหรับสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมีการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวันทั้งการทำธุรกรรมทางการเงินและการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทโฟน5G คุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึงกำลังเป็นที่ต้องการส่วนตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นเองก็ยังคงมีความต้องการอยู่มากเช่นกันแต่จะเน้นการมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้นและแซดทีอีเองก็มีเป้าหมายสร้างยอดขายสมาร์ทโฟนให้มีส่วนแบ่งตลาดในปีนี้1%เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น1.5%ในปี2567และเติบโตเพิ่มเป็น3%ภายในปี2568

“สำหรับแผนการทำตลาดสมาร์ทโฟนZTE ในประเทศไทยจะเน้นกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์โดยใช้แบรนด์สมาร์ทโฟนของบริษัทได้แก่ZTE Blade นูเบีย (Nubia) และRedmagicรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆในอีโคซิสเต็มของZTE เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลายตอบความต้องการลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ไปพร้อมกับการสร้างตลาดแบรนด์ให้เป็นรู้จักมากขึ้นผ่านการสื่อสารการตลาดและการประชาสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อขยายฐานลูกค้าและการตลาดที่เข็มแข็งโดยZTE ให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ผ่านช่องทางการขายต่างๆโดยเฉพาะอีคอมเมิร์ชรวมทั้งการมีหน้าร้านผ่านทางพันธมิตรคู่ค้านอกเหนือจากผู้จัดจำหน่ายหลัก2บริษัทได้แก่บริษัทวีเอสทีอีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทวายเอเซลส์แอนด์เซอร์วิสเซสจำกัดในกลุ่มเบญจจินดาแล้วในปีนี้แซดทีอียังได้แต่งตั้งพันธมิตรคู่ค้ารายย่อย หรือ มาสเตอร์ดีลเลอร์โดยมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หรือMOU ร่วมกันกับมาสเตอร์ดีลเลอร์เพิ่ม16รายช่วยกระจายผลิตภัณฑ์แซดทีอีเพื่อให้ครอบคลุมตลาดทั่วประเทศไทยมากขึ้น” ผู้จัดการประจำประเทศไทยแซดทีอีดีไวซ์กล่าวย้ำ

พร้อมกันนี้ZTE ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตใหม่ล่าสุด ดังนี้

  1. ZTE Blade A31 Plus 2023ดีไซน์สีเขียวน้ำเงินหม่นมาพร้อมหน้าจอใหญ่ขนาด6นิ้วกล้องออโต้โฟกัสซิปเซ็ตซีพียูOcta-core ความจุ2+32GB ราคา1,999บาท
  2. ZTE Blade A33sจอแบบหยดน้ำขนาดกว้าง6.3นิ้วความจุแบตเตอร์รี่4000mAh ซีพียูOcta-core 1.6GHz ปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้ากล้องหลัง8MP กล้องหน้า5MP ความจุ4+32GB ราคา 2,299บาท
  3. ZTE Blade A53 Proกล้องคู่หลังความละเอียด13 MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด5MP หน้าจอหยดน้ำหน้าจอใหญ่6.52นิ้วHD+ แบตเตอร์รี่ 5000mAh ซีพียูOcta-core 1.6 GHz ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือความจุ8+64GB ราคา2,699บาท
  4. Nubia PAD 3DซีพียูQualcomm Snapdragon 888หน้าจอขนาด12.4นิ้วมีระบบAI จับดวงตาสามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ธรรมดาให้เป็นสามมิติได้แบบReal-time แบตเตอร์รี่9700mAh (Typical) ชาร์ทเร็ว33วัตต์USB Type-C 3.1ระบบปฏิบัติการAndroid 12ความจุ12+256GB ราคา46,900บาท
  5. nubia Neo 5Gประสบการณ์ใหม่สำหรับเกมเมอร์รองรับ5G พร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในเดือนมิถุนายน2566นี้

ทั้งนี้ZTE เริ่มจำหน่ายตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตใหม่ทั้งZTE Blade A31 Plus 2023และZTE Blade A33s แล้วตั้งแต่25พฤษภาคม2565เป็นต้นไปผ่านร้านค้าตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วประเทศและผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งLazadaและShopeeส่วนZTE Blade A53 Pro และnubia Neo 5G จะมีการเปิดให้จองทางช่องทางออนไลน์ในเดือนมิถุนายน2566นี้สำหรับNubia PAD 3D จำหน่ายที่AIS Shop และAIS Online Store พร้อมข้อเสนอพิเศษจากAIS

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนZTE ในประเทศไทย: https://www.facebook.com/ztedevicethailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *