REDMI Note 15 Series เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มากันทั้งหมด 4 รุ่น โดยราคาเริ่มต้นจากน้องเล็กเพียง 6,699 บาท(REDMI Note15) จนถึงรุ่นพี่ตัวที่ผมกำลังจะรีวิวนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G กับค่าตัว 14,990 บาท โดยทุกรุ่นในซีรี่ย์นี้จะเน้นความอึดถึกทนของตัวเครื่องเป็นหลัก กับโครงสร้างแข็งแกร่งแบบ Titan มาตราฐานกันน้ำกันฝุ่นสูงสุดในตลาดตอนนี้คือ IP69K และติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสูงมาให้ใช้งาน เพิ่มความมั่นใจกับการรับประกันตัวเครื่องยาวนาน 2 ปี และรับประกันจอและฝาหลังแตกถึง 2 ปีเช่นกัน(เคลมได้ 1 ครั้ง) น่าจะเป็นรุ่นแรกในบ้านเราที่ให้ประกันยาวนานขนาดนี้
SPEC REDMI Note 15 Pro+ 5G
- หน้าจอ AMOLED CrystalRes ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 2772 x 1280 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz
- ชิปประมวลผล CPU Snapdragon 7s Gen 4 / GPU Adreno 810
- RAM LPDDR4x ขนาด 12GB
- ROM UFS2.2 ขนาด 512GB
- ระบบปฏิบัติการ Android15 ครอบทับด้วย Xiaomi HyperOS 2
- กล้องหน้า 32MP
- กล้องหลังเลนส์คู่ ความละเอียด 200+8 ล้านพิกเซล
- ลำโพงคู่สเตอริโอ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับ Wi-Fi 6 / NFC / Bluetooth 5.4
- ตัวเครื่องป้องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66, IP68, IP69, IP69K
- แบตเตอรี่ ความจุ 6500mAh รองรับชาร์จไว 100W HyperCharge รองรับการชาร์จย้อนกลับสูงสุด 22W
- ราคา 14,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง
อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้
- ตัวเครื่อง REDMI Note 15 Pro+ 5G
- Adapter 100W
- สาย USB-C
- เคสซิลิโคน
- คู่มือการใช้งาน
- เข็มจิ้มถาดซิม

วัสดุและการดีไซน์
REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมกับหน้าจอแบบขอบโค้ง 3D พาแนล AMOLED CrystalRes ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 2772 x 1280 พิกเซล 447PPI, ความลึกของสีแบบ 12Bit ช่วงสี DCI-P3 รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ / Dolby Vision เหมาะกับการชมคอนเท็นต่างๆ หน้าจอมีความสว่างสูงถึง 3200 Nits พร้อมระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ 16,000 ระดับ หน้าจอมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาการหรี่แสง PWM 3840Hz ได้รับการรับรอง TÜV Rheinland Low Blue Light
หน้าจอมาพร้อมกับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และ ความไวตอบสนองการสัมผัส 480-2560Hz ในโหมดเกม แสดงผลได้ไหลลื่นและทัชแม่นยำ กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass Victus 2 ทนต่อแรงกดทับหรือตกจากที่สูงระดับ 2.5 เมตรได้สบายๆครับ จอเขาดีจริงต้องยอม หน้าจอรองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ขอบฝาหลังมีความโต้งแบบ 3D เพื่อเข้ากับหน้าจอ สีที่ผมรีวิวคือสีดำนะครับ ภายในจะมีมาพร้อมกับโครงสร้างแบบ Titan ที่สามารถทนต่อแรงกดดันและตกกระแทก พร้อมกับกันน้ำในระดับสูงสุด IP66, IP68, IP69, IP69K

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีตำแหน่งถาดซิมการ์ด, ไมค์สนทนา, พอร์ต USB-C และลำโพงหลัก

ด้านบนจะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนพร้อมกับลำโพงตัวที่สอง รองรับระบบเสียง Dolby Atmos สามารถขยายความดังของลำโพงได้สูงสุด 400%

ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power จะอยู่ฝั่งด้านขวาทั้งหมดนะครับ ฝั่งซ้ายจะไม่มีอะไร

ขนาดตัวเครื่อง 163.34 x 78.31 x 8.19มม. น้ำหนัก 207 กรัม ถือว่าบางและเบามากๆเพราะตัวเครื่องติดตั้งแบตเตอรี่มาให้มากถึง 6500mAh


ระบบปฏิบัติการ
REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android15 ครอบทับด้วย Xiaomi HyperOS 2 จุดเด่นที่มาพร้อมกับ Xiaomi Hyper AI ทั้ง AI Writing, AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant มีให้ใช้งานครบครันและง่ายในการใช้งาน ทางผู้ผลิตยืนยันมาว่าจะมีอัพเดทความปลอดภัยให้ยาวนานถึง 6ปี

ประสิทธิภาพการทำงาน
REDMI Note 15 Pro+ 5G เลือกใช้ชิปประมวลผล CPU Snapdragon 7s Gen 4 ขั้นตอนการผลิตแบบ 4nm. ความเร็วสูงสุด 2.7GHz / GPU Adreno 810 เป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ระดับกลางที่ตอบโจทย์การทำงานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดี และพิเศษสุดกับชิปประมวลผล Xiaomi T1S Tuner ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ wifi และ Bluetooth ให้ดียิ่งขึ้น
หน่วยความจำ
- RAM LPDDR4x ขนาด 12GB+12GB ในส่วนการขยายพื้นที่แรม
- ROM UFS2.2 ขนาด 512GB
สำหรับการเล่นเกมจะมี GAME TURBO เข้ามาจัดการและจัดสรรพลังงานของตัวเครื่องให้ ภายในติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Xiaomi IceLoop ที่มีพื้นที่ 5200 mm จะช่วยจัดการระบายความร้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากที่ทดสอบเล่นเกม เล่นได้ไหลลื่นดีครับตัวเครื่องก็ไม่ร้อนสูงมากนัก

กล้องถ่ายภาพ
กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f2.2 ขนาดเซนเซอร์ 1/3.6 นิ้ว รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080P โหมดการถ่ายภาพบุคคลจะมีปรับความสวยของใบหน้ามาให้

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า REDMI Note 15 Pro+ 5G

กล้องหลังเลนส์คู่ แบ่งการทำงานได้ดังนี้
- เลนส์หลัก ความละเอียดสูงสุด 200 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.7 เซนเซอร์แบบ HPE ขนาดเซนเซอร์ 1/1.4 นิ้ว พร้อมกันสั่นแบบ OIS
- เลนส์มุมกว้าง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2

โหมดการถ่ายภาพจะมีดังนี้ โหมดความละเอียดสูง Ultra HD หนึ่งรูปจะใช้ความจุราวๆ 14MB(๋JPEG), ถ่ายวิดีโอ ความละเอียดสูงสุด 4k/30fps, รูปถ่าย จะสามารถ In Sensor Zoom ได้ทั้งหมด 3 ระยะคือ 2x และ 4x, ถ่ายภาพบุคคล, โหมดโปร, โหมดสโลโมชั่น, โหมดถ่ายเอกสาร และพานอรามา

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง REDMI Note 15 Pro+ 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดบุคคล

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดกลางคืน

แบตเตอรี่
REDMI Note 15 Pro+ 5G ให้แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน มามากถึง 6500mAh รองรับชาร์จไว 100W HyperCharge รองรับการชาร์จย้อนกลับสูงสุด 22W ภายในกล่องแถมที่ชาร์จแบบ 100W HyperCharge พร้อมใช้งานไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม จากที่ใช้งานมา ระบบจัดการพลังงานถือว่าทำได้ดีมากๆ เช้าถึงก่อนนอนสบายๆไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดอีกต่อไป

REDMI Note 15 Pro+ 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black วางจำหน่ายแล้วพร้อมเป็นเจ้าของได้เลยในราคา 14,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้

![]()


