“อะมิตี้” เทคคอมพานีสัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จระดมทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รอบ Series D ขึ้นแท่นยอดระดมทุนด้าน GenAI สูงสุดในเซาท์อีสเอเชีย

กรุงเทพฯ – อะมิตี้(Amity) เทคคอมพานีด้านAI ที่ก่อตั้งในประเทศไทยประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบSeries D มูลค่ารวม100ล้านดอลลาร์สหรัฐนับเป็นการระดมทุนด้านGenAI ครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การระดมทุนรอบนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากEDBI บริษัทการลงทุนภายใต้SG Growth Capital เป็นผู้นำการลงทุนร่วมด้วยAsia Partners และSMDV พร้อมทั้งนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่อาทิCMLIM Capital

 เงินทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านAI ของอะมิตี้เร่งขยายการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปรวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้ศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้AI (ARAC) ของอะมิตี้ที่สิงคโปร์ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพด้านการทำตลาดในระดับภูมิภาค (Go-to-market)และเดินหน้าการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ในปี 2569พร้อมวางเป้าหมายนำอะมิตี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี2570

อะมิตี้ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ “3Bs – Build, Buy, Bridge” ได้แก่Build- การพัฒนาขีดความสามารถด้านAI ผ่านARAC,Buy- การขยายธุรกิจผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปและBridge– การผสานและบูรณาการศักยภาพของบริษัทในเครือเข้าด้วยกันเพื่อเร่งต่อยอดโซลูชันAI สำหรับองค์กรสู่การนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านAI ระดับภูมิภาคที่กำลังเติบโตสู่เวทีโลก

นายกรวัฒน์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งอะมิตี้ กล่าวว่า “อะมิตี้เป็นกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีAI ที่ก่อตั้งในประเทศไทยโดยมีศูนย์วิจัยและปฏิบัติการด้านAI (ARAC) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งในปีที่ผ่านมารายได้ประมาณการรายปี(Annualized Revenue) ของกลุ่มบริษัทแตะระดับ100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกเติบโตขึ้นกว่า10 เท่าเมื่อเทียบกับปี2565 และกว่า75% ของEBITDA ในปี2568มาจากหน่วยธุรกิจของอะมิตี้ในยุโรปสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระดับสากลได้อย่างชัดเจน”

นายกรวัฒน์ กล่าวต่อว่า“เราเชื่อมั่นว่า ‘Vertical AI’ ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะอุตสาหกรรมคือโมเดลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจนและวัดผลได้จริงสำหรับลูกค้าขณะเดียวกัน ‘Agentic AI’ จะพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงเครื่องมือช่วยวิเคราะห์หรือสรุปข้อมูลแต่จะเป็นระบบอัจฉริยะที่สามารถลงมือปฏิบัติงานและขับเคลื่อนกระบวนการทางธุรกิจได้จริง และท่ามกลางบริบทดังกล่าวอะมิตี้ได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบSeries D ด้วยมูลค่ารวม100ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเร่งการพัฒนาVertical AI และAgentic AI อย่างเต็มรูปแบบตอกย้ำศักยภาพในฐานะเทคคอมพานีสัญชาติไทยที่พร้อมแข่งขันในระดับโลกในปีหน้าเราจะมุ่งขยายและพัฒนาศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ดAIหรือARAC ของเราควบคู่กับการเร่งขยายตัวในสองภูมิภาคหลักได้แก่ยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

นายเคง เถ็ก ก๋วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทอะมิตี้กล่าวว่า “การระดมทุนSeries D ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทเทคสตาร์ทอัปไปสู่ช่วงGrowth & Scale อย่างเต็มรูปแบบและเป็นเงินทุนสำคัญเพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่รวมถึงศูนย์ARAC ที่สิงคโปร์ที่มีขีดความสามารถระดับแนวหน้าตลอดจนการเข้าซื้อกิจการและแผนสร้างการเติบโตอื่นๆเพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อลูกค้าองค์กรระดับโลกที่มีรากฐานจากประเทศไทยเราจะจัดสรรเงินลงทุนด้วยความมีวินัยและโปร่งใสโดยมุ่งเน้นการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจนตลอดจนรายได้ที่ยั่งยืนและความได้เปรียบทางเทคโนโลยีพร้อมกับกับการดึงดูดบุคลากรระดับโลกเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นลูกค้าและพนักงาน”

นายทัชพล ไกรสิงขร ประธานศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ด้านAI กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งอะมิตี้กล่าวว่า “เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้AI หรือARAC เพื่อพัฒนาVertical AI ที่เข้าใจบริบทและตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและโทรคมนาคมเป็นสำคัญพร้อมกันนี้ยังจะเร่งการพัฒนา “Agentic AI” หรือเอเจนต์อัจฉริยะที่ทำงานแบบอัตโนมัติตลอดกระบวนการทางธุรกิจโดยพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเทมของเราได้แก่อะมิตี้ แอคเซนทิกซ์(Amity Accentix)ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Voice AI, โทลล์ริง(Tollring)ผู้ให้บริการระบบวิเคราะห์การสื่อสาร, อะมิตี้ โซลูชั่นส์ (Amity Solutions)ผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI, เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital)ผู้ให้บริการระบบวิเคราะด้านค้าปลีกและการตลาด, และอะมิตี้-นอร์ดสตาร์ (Amity-Nordstar)ผู้ให้บริการด้าน Unified Communications แนวทางดังกล่าวสะท้อนจุดแข็งด้านAI ของอะมิตี้ที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกันเป็นIntegrated Ecosystem โดยผสานเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองเข้ากับการใช้งานจริงได้อย่างครบวงจรภายใต้แนวทาง“จากงานวิจัยสู่การสร้างรายได้ (Research-to-Revenue)” ซึ่งเข้ามาช่วยปลดล็อกความท้าทายในด่านสุดท้ายของการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง (Last-Mile Adoption) ในระดับองค์กรซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายโครงการAI ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน”

 นายเยิง เจีย ลี (Yeung Chia Li) Senior Partner บริษัท EDBI บริษัทการลงทุนภายใต้SG Growth Capitalกล่าวว่า“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับอะมิตี้ในการเดินหน้าจัดตั้งศูนย์วิจัยARAC ในสิงคโปร์และขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไปการขยายการดำเนินงานของอะมิตี้ในสิงคโปร์ทั้งด้านการวิจัยAI การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดใหม่จะช่วยเสริมศักยภาพในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรทั่วโลกและวางบทบาทสำคัญของกลุ่มอะมิตี้ในการผลักดันการนำAI ไปใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรมยิ่งขึ้นเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมสนับสนุนอะมิตี้ในการขยายการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถเหล่านี้ในสิงคโปร์และร่วมยกระดับอีโคซิมเทมด้านAIโดยรวม”

นายวรพล ศุภานุสนธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและพาร์ทเนอร์บริษัทAsia Partners บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสิงคโปร์ที่เน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีระยะเติบโตกล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับคุณกรวัฒน์และอะมิตี้ในการขยายแพลตฟอร์มAI ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างแท้จริงออกสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปจากผลการดำเนินงานของอะมิตี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราเห็นถึงความแข็งแกร่งของอีโคซิสเทมทางธุรกิจและศักยภาพด้านAIโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโซลูชันAI ที่ประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรมขณะเดียวกัน กลยุทธ์’Build, Buy, Bridge’ ของอะมิตี้ที่ผสานการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กรเข้ากับการควบรวมกิจการอย่างมีวินัยเพื่อยกระดับธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เข้าซื้อมาให้เป็นแพลตฟอร์มAIถือเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการคว้าโอกาสจากตลาดAI สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ในภูมิภาคเรายินดีที่จะได้สนับสนุนการเติบโตในช่วงต่อไปของอะมิตี้ เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทAI ชั้นนำที่มีรากฐานจากประเทศไทย”

SMDV บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) จากอินโดนีเซียระบุว่า“อะมิตี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งโดยผสานศักยภาพด้านซอฟต์แวร์ระดับองค์กรเข้ากับกลยุทธ์ที่ชัดเจนในด้านVertical AI และAgentic AI โดยบริษัทมีความพร้อมในการขยายเทคโนโลยีและระบบนิเวศไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปSMDV พร้อมสนับสนุนอะมิตี้ในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป”

“ความสำเร็จจากการระดมทุนในครั้งนี้ทำให้ยอดเงินระดมทุนรวมของอะมิตี้เพิ่มขึ้นเป็น160ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเดิม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เคยประกาศไว้ในช่วงปลายปี2567 และด้วยรายได้ประมาณการรายปี (Run-rate Revenue)ของกลุ่มบริษัทที่สูงกว่า100 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดจนทีมงานระดับโลกที่กระจายอยู่ใน 4 ทวีป ทำให้เรามีศักยภาพและทรัพยากรพร้อมในการขับเคลื่อนกลยุทธ์สามเสาหลักนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอะมิตี้จะเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์ในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจพร้อมเร่งพัฒนาและต่อยอดVertical AI ให้สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในตลาดโลก เราเชื่อว่าอะมิตี้จะสามารถก้าวเป็น AI Champion ของไทยและภูมิภาค โดยปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ามีรายได้ต่อปี200ล้านดอลลาร์สหรัฐและเตรียมความพร้อมสำหรับการนำอะมิตี้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี2570 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่อันยิ่งใหญ่ของกลุ่มบริษัทอะมิตี้ในอนาคต”นายกรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Evercore Asia (Singapore) Pte. Ltd. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียวให้แก่อะมิตี้สำหรับการระดมทุนรอบSeries D

Loading