ASUS เปิดตัวไลน์อัป Next-Gen AI PC ใหม่ในงาน COMPUTEX 2026

นำโดยโน้ตบุ๊ก ProArt รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมชิป NVIDIA RTX Spark รวมถึง Zenbook, Vivobook ใหม่ และแอปพลิเคชัน ASUS AI พร้อมมอบประสบการณ์การทำงานอัจฉริยะสำหรับทุกคน

ไทเป, ไต้หวัน, 2 มิถุนายน 2569 – ASUS เปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 ครอบคลุมทั้งโน้ตบุ๊ก, เดสก์ท็อปพีซี, คอมพิวเตอร์ออลอินวัน, แท็บเล็ต และแอปพลิเคชัน AI จาก ASUS ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพการทำงาน การเรียน และการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่นี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ASUS ในการทำให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง มีความเฉพาะตัว และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวโน้ตบุ๊กชิป NVIDIA RTX Spark ชูจุดเด่นด้านการออกแบบระดับพรีเมียม, ประสิทธิภาพขั้นสูงของ Next-generation AI และซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อภายในระบบนิเวศของ ASUS
ASUS ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA ในการเปิดตัว ProArt P16 (H7607) และ ProArt P14 (H7407) โน้ตบุ๊กสำหรับครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ซึ่งนับเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกจาก ASUS ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA RTX Spark มอบประสิทธิภาพด้าน AI ระดับก้าวกระโดด พร้อมรองรับเวิร์กโฟลว์การสร้างสรรค์งานยุคใหม่สำหรับยุคของ Personal AI Agent
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานประจำวัน เอซุสยังเปิดตัว Zenbook 14 รุ่นใหม่ ที่มีตัวเลือกหลากหลายแพลตฟอร์มทั้ง Intel, AMD และ Snapdragon รวมถึง Vivobook S Series ที่ใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon โดยเฉพาะ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะในดีไซน์บางเฉียบ พร้อมวัสดุระดับพรีเมียม เป็น Copilot+ PC ที่ออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการทำงาน AI, ความบันเทิงที่เต็มอิ่ม และความคล่องตัวในการพกพา
นอกจากนี้ เอซุสยังเสริมทัพกลุ่มเดสก์ท็อปและคอมพิวเตอร์ออลอินวัน ด้วย ASUS V Series รุ่นใหม่ และบุกตลาดแท็บเล็ตอีกครั้งด้วยการเปิดตัว ASUS Pad รุ่นล่าสุดพร้อมกันนี้เอซุสยังเปิดตัว ASUS Zenni Claw ส่งมอบประสบการณ์ผู้ช่วย AI รูปแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงการทำงานแบบ Agentic AI ได้ง่ายยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานในด้านการทำงาน การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ประจำวัน
“ภายในงาน Computex 2026 เราได้นำวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่เข้าถึงได้ทุกที่ (Ubiquitous AI) มาสู่ความเป็นจริง ด้วยการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพสูงเข้ากับประสบการณ์การใช้งาน AI ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระดับ Edge” มร. S.Y. Hsu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ ASUS กล่าว
“ตั้งแต่ระบบสำหรับองค์กรไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ASUS มุ่งมั่นทำให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยให้ทั้งผู้คนและองค์กรสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและเติบโตได้อย่างมั่นใจ”

ปฏิวัติการสร้างสรรค์ด้วย AI: ProArt P16 และ ProArt P14

ProArt P16 (H7607) และ ProArt P14 (H7407) โน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดสำหรับครีเอเตอร์ ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA RTX Spark ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักสร้างสรรค์, นักพัฒนา และผู้ใช้งานที่ต้องการขีดความสามารถด้าน AI บนอุปกรณ์ (Local AI) ในระดับสูง พร้อมรองรับประสบการณ์การใช้งาน Windows PC ยุคใหม่
นำเสนอ NVIDIA RTX Spark Superchip ซึ่งประกอบด้วย NVIDIA Blackwell RTX GPU ที่มี 6,144 CUDA Cores และ Tensor Cores เจเนอเรชันที่ 5 รองรับการประมวลผลแบบ FP4 Precision เชื่อมต่อกับ NVIDIA Grace CPU แบบ 20 คอร์ ผ่านเทคโนโลยี NVIDIA NVLink®-C2C เพื่อมอบประสิทธิภาพการประมวลผล AI ที่ทรงพลัง
ProArt P16 และ P14 ได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพการประมวลผล สำหรับการทำงานของ AI Agent บนอุปกรณ์โดยตรง โดย RTX Spark สามารถส่งมอบพลังประมวลผล AI ได้สูงสุดถึง 1 Petaflop พร้อมหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) สูงสุด 128GB รองรับการทำงานของ AI Agent บนอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอซุสยังเสริมประสบการณ์การทำงานของครีเอเตอร์ด้วยซอฟต์แวร์ AI ภายในระบบนิเวศ ProArt ไม่ว่าจะเป็น ProArt Creator Hub ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างชาญฉลาดสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง รวมถึง MuseTree และ StoryCube ที่นำความสามารถด้าน AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคใหม่
ด้านการแสดงผล ProArt P16 และ P14 มาพร้อม ASUS Lumina Pro OLED ที่ยกระดับประสบการณ์ภาพสำหรับมืออาชีพ ด้วยความสว่างสูงสุดในโหมด HDR ถึง 1,600 นิต อัตรารีเฟรช 120Hz รองรับเทคโนโลยี Variable Refresh Rate (VRR) และเคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อน เพื่อการแสดงผลที่คมชัดและแม่นยำในทุกสภาพแวดล้อม โดยเอซุสยังเปิดตัวสีใหม่ Nano Black และ Neo White ครั้งแรกของโน้ตบุ๊กในตระกูล ProArt  โดยมาพร้อมพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียนและการเคลือบป้องกันรอยนิ้วมือ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ระดับมืออาชีพที่ทันสมัยยิ่งขึ้น
ทั้ง ProArt P16 และ ProArt P14 จะถูกนำมาจัดแสดงภายในบูธ ASUS ในงาน COMPUTEX 2026 และมีกำหนดวางจำหน่ายในบางภูมิภาคทั่วโลกตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 เป็นต้นไป
AI เพื่อการใช้งานประจำวัน: Zenbook และ Vivobook
Zenbook 14
  Zenbook 14 รุ่นใหม่ ผสานความลงตัวระหว่างดีไซน์, ประสิทธิภาพ และประสบการณ์การใช้งานอันชาญฉลาด เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางและใช้งานนอกสถานที่เป็นประจำ โดยมาพร้อมตัวเครื่องน้ำหนักเบาเพียง 1.1 กิโลกรัม และฝาหลังวัสดุ Ceraluminum™ ที่โดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแรงทนทานและความพรีเมียม
Zenbook 14 ยังมาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ได้แก่ Arctic Blue และ Komodo Coral ช่วยสะท้อนสไตล์และตัวตนของผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น Zenbook 14 สามารถใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุดกว่า 21 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จเร็ว และมาพร้อมอะแดปเตอร์แบบ All-in-One ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการพกพาและใช้งานตลอดวัน
Zenbook 14 มาพร้อมโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดทั้งจาก Intel, AMD และ Snapdragon รองรับการทำงานมัลติทาสก์ได้อย่างลื่นไหล พร้อมเสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI และประสบการณ์ Copilot+ PC เจเนอเรชันใหม่ ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกและชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยรองรับพลังประมวลผลจาก NPU สูงสุด 50 TOPS เพื่อการทำงานของ AI บนอุปกรณ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ Zenbook 14 ยังยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกวันผ่านการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่มีระยะกด 1.7 มม., บานพับที่ช่วยเปิดเครื่องได้สะดวก, ระบบทัชแพดที่รองรับ Smart Gesture, หน้าจอ ASUS OLED คุณภาพสูง และระบบเสียงลำโพงคู่ที่มอบความบันเทิงได้อย่างเต็มอิ่ม
ด้านความปลอดภัย ASUS ยังติดตั้งฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลอย่างครบครัน อาทิ Windows Hello, การรองรับ Passkey, ระบบปรับความสว่างและล็อกหน้าจออัตโนมัติตามการใช้งาน รวมถึง Microsoft Pluton Security เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานในทุกสถานการณ์
Vivobook S14 / S16
ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ด้วยตัวเครื่องโลหะทั้งตัวที่บาง เบา และทนทาน พร้อมสีสันทันสมัยให้เลือก 2 สี ได้แก่ Light Blue และ Matte Gray สำหรับการเรียน การทำงาน และการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างคล่องตัวในทุกสถานที่ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ OLED, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และประสิทธิภาพการประมวลผล AI
Vivobook S14 และ S16 ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Snapdragon X Processor พร้อมความสามารถในการประมวลผล AI จาก NPU สูงสุด 45 TOPS ทำงานมัลติทาสก์ได้อย่างลื่นไหล และประหยัดพลังงาน โดยยังสามารถปรับใช้ ASUS Performance Mode ที่สามารถเพิ่มค่า TDP ได้สูงสุด 30W เพื่อรักษาความลื่นไหลของระบบในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
Vivobook S16 มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 16 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 และสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 89% ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งานสำหรับการจดโน้ต รับชมวิดีโอ เปิดหลายหน้าต่าง หรือทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่รุ่น Vivobook S14 มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 87% ในขนาดที่กะทัดรัดกว่า หน้าจอ OLED ทั้งสองรุ่นรองรับขอบเขตสีระดับมืออาชีพ 100% DCI-P3 ให้สีสันสดใสและรายละเอียดคมชัด เสริมด้วยระบบเสียงที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับแพลตฟอร์ม Snapdragon และเทคโนโลยีถนอมสายตาที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ช่วยลดแสงสีฟ้าเพื่อความสบายตาในการใช้งานเป็นเวลานาน
Vivobook S14 และ S16 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 25 ชั่วโมง พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน รองรับระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 60% ภายในเวลาเพียง 49 นาที
โดยรุ่น 14 นิ้วมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.28 กิโลกรัม และ Vivobook S ทั้งสองรุ่นยังผ่านมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ MIL-STD 810H เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
Vivobook S14/S16 Flip
โน้ตบุ๊กแบบพับได้ 360 องศาที่ผสานความยืดหยุ่นในการใช้งานเข้ากับประสิทธิภาพการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งโหมดโน้ตบุ๊ก, แท็บเล็ต, เต็นท์ และสแตนด์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับการทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ความบันเทิง และการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอสัมผัส 2K OLED ที่ให้สีสันคมชัดสดใส รองรับการใช้งานร่วมกับ ASUS Pen 3.0 เพื่อการเขียน วาดภาพ หรือการจดบันทึก
ด้านประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Snapdragon X พร้อม NPU สูงสุด 45 TOPS ช่วยการทำงานมัลติทาสก์ ทั้งยังประหยัดพลังงาน และรองรับเวิร์กโฟลว์ที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสริมประสบการณ์ด้านความบันเทิงด้วยเทคโนโลยี Dolby Audio™ และ Snapdragon Sound™ มอบคุณภาพเสียงที่คมชัดและสมจริงยิ่งขึ้นสำหรับการสตรีมมิ่ง วิดีโอคอล และการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 20 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จเร็ว และการชาร์จผ่าน USB-C® 68W ขนาดกะทัดรัด ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานนอกสถานที่ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะคุณภาพสูง ให้ทั้งความแข็งแรงและความพรีเมียม โดยรุ่น 14 นิ้ว มีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.41 กิโลกรัม และรุ่น 16 นิ้ว มีน้ำหนักเริ่มต้น 1.6 กิโลกรัม พร้อมเปิดตัวสีใหม่ Light Blue ที่สะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัยและสดใหม่ ตอบโจทย์การทำงานและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
 
ASUS เดสก์ท็อป, คอมพิวเตอร์ออลอินวัน และแท็บเล็ต
ASUS V700 Mini Tower (V701ML)
เดสก์ท็อปที่ได้รับการออกแบบให้ผสานกับการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย สะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดดเด่นด้วยดีไซน์ลายเส้นพื้นผิวลายไม้ ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถเข้ากับการตกแต่งภายในบ้านได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core Ultra 9 พร้อมหน่วยความจำ DDR5 ความเร็วสูง และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ PCIe® 4.0 SSD ความจุสูงสุด 2TB ช่วยรองรับทั้งการทำงาน การเรียน ความบันเทิง และงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถเลือกติดตั้ง NVIDIA GeForce RTX 50 Series เพิ่มเพื่อรองรับงานสร้างสรรค์คอนเทนต์ การตัดต่อ และความบันเทิงได้ทรงพลังยิ่งขึ้
ASUS V200 AiO (VM240FA)
มาพร้อมงานออกแบบสไตล์มินิมอล ขาตั้งดีไซน์เพรียวบาง และใช้พื้นที่จัดวางน้อย ช่วยให้มุมทำงานหรือพื้นที่ใช้งานภายในบ้านดูเป็นระเบียบและสะอาดตายิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์สูงสุด AMD Ryzen 5 40 Series รองรับการทำงานมัลติทาสก์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน, การเรียนออนไลน์, การติดต่อสื่อสาร หรือความบันเทิงภายในครอบครัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI Noise-Cancelation ที่ช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างการประชุมออนไลน์และการเรียนทางไกล เพื่อให้การสื่อสารคมชัดมากยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6E และพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
ASUS V400 AiO (VM471QA)
นำเสนอหน้าจอขนาดใหญ่ 27 นิ้ว ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การทำงานและความบันเทิงภายในครอบครัวได้อย่างเต็มอิ่มยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Snapdragon ที่ผสานความสามารถด้าน AI เข้ากับประสิทธิภาพการประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน พร้อมมาในดีไซน์บางเฉียบและทันสมัย เหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้านยุคดิจิทัล
ASUS Pad (T3201)
ผสานความบันเทิงระดับพรีเมียม, ความคล่องตัวในการพกพา และการเชื่อมต่ออัจฉริยะไว้ในอุปกรณ์ดีไซน์บางเฉียบและทันสมัย ASUS Pad มาพร้อมหน้าจอ Dual-Layer OLED ขนาด 12.2 นิ้ว ความละเอียด 2.8K รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz พร้อมสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 92% และได้รับการรับรองมาตรฐานถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland เพื่อมอบภาพที่คมชัด สีสันสดใส และความสบายตาในการใช้งานเป็นเวลานาน
เทคโนโลยี Dual-Layer OLED ยังช่วยเพิ่มความสว่างของหน้าจอ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของพาเนลให้ยาวนานยิ่งขึ้น ASUS Pad ยังมาพร้อมลำโพง 4 ตัว, ระบบเสียง Dolby Atmos® มอบประสบการณ์รับชมคอนเทนต์และความบันเทิงที่สมจริงยิ่งขึ้นในรูปแบบใกล้เคียงโรงภาพยนตร์ ตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 523 กรัม โดยใช้โครงสร้างวัสดุ Magnalium ร่วมกับฝาหลังไฟเบอร์กลาส ช่วยให้มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการพกพาและใช้งานในชีวิตประจำวัน ASUS Pad ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 8300 ที่มอบสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 9,000mAh รองรับการใช้งานได้ยาวนาน และระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ภายในเวลาเพียง 30 นาที
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6E เพื่อการสตรีมมิ่ง เล่นเกม และการทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล ASUS Pad ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง ASUS GlideX สำหรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่น, Google Circle to Search ที่ช่วยค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และระบบ สแกนใบหน้าเพื่อเข้าสู่ระบบ (Facial Login) ช่วยให้การใช้งานสะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก
 
สัมผัสประสบการณ์ AI ใหม่จาก ASUS
ASUS เปิดตัว ASUS Zenni Claw ผู้ช่วย AI รูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการนำความสามารถของ Agentic AI มาใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยยกระดับการใช้งาน AI ให้ก้าวไปไกลกว่าการโต้ตอบในรูปแบบแชตบอตทั่วไป สู่การเป็นผู้ช่วยที่สามารถดำเนินงานและจัดการภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ASUS Zenni Claw ยังได้รับการออกแบบให้สร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วในการตอบสนองและประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยระบบ Hybrid Local-Cloud Routing ที่สามารถเลือกประมวลผลข้อมูลระหว่างอุปกรณ์และคลาวด์ได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดการส่งข้อมูลขึ้นสู่คลาวด์โดยไม่จำเป็น พร้อมช่วยรักษาความส่วนตัวและการควบคุมข้อมูลของผู้ใช้งานผ่านสถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลั
ASUS Zenni Claw ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงาน การวางแผนโครงการสร้างสรรค์ การบริหารตารางชีวิตประจำวัน หรือการเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง ช่วยให้การใช้งาน Agentic AI เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
 
ยกระดับการสร้างสรรค์ผลงานด้วย Generative AI: MuseTree × FLUX.2
ASUS เดินหน้าขยายระบบนิเวศสำหรับครีเอเตอร์ ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อยกระดับประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้งาน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ MuseTree แพลตฟอร์มสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วย Generative AI ที่พัฒนาบนเทคโนโลยี FLUX และเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้วย NVIDIA GPU รองรับทั้งการสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI พร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพที่มีความแม่นยำสูง และความสามารถในการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ (Local AI) เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถควบคุมรายละเอียดและรักษาความสม่ำเสมอของผลงานได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โน้ตบุ๊กตระกูล ProArt ยังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำหรับครีเอเตอร์กลุ่มแรกที่รองรับ FLUX.2 ซึ่งนำความสามารถด้าน AI เจเนอเรชันใหม่มาสู่มืออาชีพได้โดยตรง บนระบบที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA เอซุสยังผสานเทคโนโลยี NVFP4 เข้ากับโมเดลจาก Black Forest Labs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดแวร์ RTX ให้สูงสุด ส่งผลให้กระบวนการสร้างภาพด้วย AI มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สามารถสร้างภาพได้แทบจะในทันที ช่วยมอบประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหลและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วสำหรับครีเอเตอร์
นอกจากนี้ ASUS ยังประกาศความร่วมมือกับ Goodnotes เพื่อยกระดับประสบการณ์การจดบันทึกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊กเอซุส โดยผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์จะได้รับสมาชิก Goodnotes Essential ฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือน พร้อมสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์และเทมเพลตระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในราคาพิเศษ

Loading