เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ เปิดตัวขีดความสามารถ Hybrid Multi-Cloud ใหม่ ทลายข้อจำกัดระหว่างการทำงานบนระบบภายในองค์กร และคลาวด์

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 14 ตุลาคม 2026 – เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล และการควบคุมการใช้ทรัพยากร

ปัจจุบันแอปพลิเคชันระดับองค์กรและเวิร์กโหลดด้าน AI มีการทำงานครอบคลุมบนสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ระบบภายในองค์กร (On-Premises) คลาวด์สาธารณะ (Public Clouds) คลาวด์ในเขตอธิปไตยเฉพาะ (Sovereign Regions) ไปจนถึงสถาปัตยกรรม AI Factory ที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้องค์กรต้องการมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น แต่ยังต้องมีรูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับข้อกำหนดด้านการกำกับดูแล ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ประสิทธิภาพ และการควบคุมข้อมูลให้เป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการที่ยังอาศัยคนดำเนินการ เครื่องมือที่แยกส่วน และกลยุทธ์ด้านข้อมูลที่ขาดการเชื่อมโยง อาจส่งผลให้องค์กรดำเนินงานและพัฒนานวัตกรรมล่าช้า เพิ่มความเสี่ยงในการดำเนินงาน และทำให้ควบคุมต้นทุนได้ยากขึ้นเมื่อการใช้งานขยายตัวในระดับองค์กร

Sandeep Singh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Platform ของ เน็ตแอพ กล่าวว่า “สถาปัตยกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละเวิร์กโหลดจะทำงานอย่างไร ลูกค้าไม่ควรต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพและความสามารถในการควบคุมระบบจากโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร กับความยืดหยุ่นของคลาวด์ ขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud ของเน็ตแอพ ช่วยให้องค์กรทลายข้อจำกัดระหว่างสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้ระบบทำงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น และวางกลยุทธ์ด้านข้อมูลโดยมีประสิทธิภาพ อธิปไตยของข้อมูล และการควบคุมเป็นหัวใจสำคัญ”

ขีดความสามารถใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้ช่วยต่อยอด NetApp Platform ทั้งด้านการควบคุมระบบอัตโนมัติ ความคุ้มค่าที่มากขึ้น บริการ Storage-as-a-Service ที่คำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล และการบริหารจัดการที่ครอบคลุมสภาพแวดล้อม Hybrid Multi-Cloud ได้กว้างขึ้น ความสามารถเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์สาธารณะได้อย่างสอดคล้องกันมากขึ้น ลดความเสี่ยงด้านต้นทุนเมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น และยังคงควบคุมได้ว่าข้อมูล การสนับสนุน ข้อมูล Telemetry และการดำเนินงานต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้พื้นที่และเงื่อนไขที่องค์กรกำหนด

ขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud ประกอบด้วย:

  • NetApp Keystone Sovereign ช่วยให้องค์กรมีกรอบการกำกับดูแลข้อมูลในระดับภูมิภาคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความเชื่อมั่นในการตอบสนองความคาดหวังด้านอธิปไตยของข้อมูล รวมถึงข้อกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับถิ่นที่ตั้งของข้อมูล หรือ Data Residency และการเข้าถึงระบบเพื่อการดำเนินงาน โดยลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) สามารถใช้กลไกควบคุมด้านอธิปไตยของข้อมูลได้แล้ว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดในแต่ละภูมิภาคและการจัดการถิ่นที่ตั้งของข้อมูล ซึ่งครอบคลุมมากกว่าการกำหนดสถานที่จัดเก็บข้อมูล โดยรวมถึงปัจจัยด้านถิ่นที่ตั้งของข้อมูล ประเด็นทางเทคนิค และข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละภูมิภาค
  • NetApp Console Autonomous Operations เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ ในการตามแก้ปัญหาจากการบริหารเครื่องมือที่แยกส่วนในสภาพแวดล้อม Hybrid ขนาดใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนจากกระบวนการอนุมัติด้วยคน ไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ทำงานตามผลลัพธ์ที่กำหนด ซึ่งสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ และทำงานได้อย่างปลอดภัยแม้ในสภาพแวดล้อมแบบ Air-Gapped โดยช่วยให้ระบบดำเนินงานได้ด้วยตนเองโดยมี AI เข้ามาช่วยสนับสนุนภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมสำหรับ NetApp Platform ช่วยให้ทีมสามารถคาดการณ์ปัญหา แก้ไขเหตุขัดข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และบริหารความจุและต้นทุนได้อย่างเหมาะสม ด้วยการออกแบบอย่างชาญฉลาดที่เน้น API เป็นหลัก และการประสานการทำงานของระบบด้วย Agentic AI
  • NetApp Console Fleet Management ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเสมือนเป็นระบบเดียว พร้อมความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลระบบให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโซลูชันใหม่นี้มอบความสามารถด้านการบริหารจัดการระบบทั้งหมด การติดตามและวิเคราะห์สถานะการทำงาน และ AI ผ่านรูปแบบการใช้งาน Console ทางเลือกที่สอง ซึ่งติดตั้งโดยตรงในสภาพแวดล้อมของลูกค้า ทำให้ NetApp Console รองรับการใช้งานในรูปแบบโซลูชันเดียวผ่าน 2 รูปแบบการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรไม่ว่าข้อมูลจะถูกจัดเก็บและประมวลผลอยู่ที่ใด
  • NetApp Console AI ChatOps Interface ยกระดับการทำงานที่ต้องดำเนินการด้วยคน สู่ระบบอัตโนมัติที่ปลอดภัยและสามารถสั่งงานผ่านการสนทนา และทำงานตามผลลัพธ์ที่กำหนด ช่วยลดภาระของผู้ดูแลระบบไอทีองค์กรที่ต้องบริหารจัดการเครื่องมือที่แยกส่วนกันในสภาพแวดล้อม Hybrid ขนาดใหญ่ พร้อมรักษาการกำกับดูแลและการควบคุมไว้อย่างครบถ้วน อินเทอร์เฟซ ChatOps ใน NetApp Console ที่สั่งงานผ่านการสนทนา ช่วยให้ระบบจัดเก็บข้อมูล ONTAP ดำเนินงานได้ด้วยตนเอง จัดสรรทรัพยากรตามเป้าหมายที่ผู้ใช้ระบุ และทำงานภายในขอบเขตที่นโยบายกำหนด พร้อมรองรับการจัดทำรายงานด้วย AI การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และการแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้ทำงานผ่าน Open LLM Gateway ซึ่งช่วยให้ลูกค้าใช้ LLM ของตนเองเพื่อดำเนินงานด้วย AI ได้อย่างปลอดภัย โดยทุกการทำงานยังอยู่ภายใต้ประเภทการจัดเก็บข้อมูล นโยบาย และกรอบการกำกับดูแลที่กำหนดไว้
  • Nutanix และเน็ตแอพ เดินหน้าความร่วมมือเพื่อช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสถาปัตยกรรม ความร่วมมือนี้ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพสภาพแวดล้อมเสมือน พร้อมรักษาคุณค่าของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเดิม ด้วยความยืดหยุ่นในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น การผสาน NetApp ONTAP เข้ากับ Nutanix Cloud Infrastructure ช่วยรองรับความต้องการด้านการขยายระบบ ความปลอดภัย และความคล่องตัวที่จำเป็นสำหรับเวิร์กโหลดแบบเสมือน โดยความสามารถแบบบูรณาการดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้ใช้งานทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

การเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ในครั้งนี้ช่วยให้ เน็ตแอพ เดินหน้ากลยุทธ์ด้านแพลตฟอร์มที่เน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน การควบคุมข้อมูลภายใต้กรอบการกำกับดูแล และขยายโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างคุ้มค่าเพื่อรองรับการเติบโตของเวิร์กโหลดสมัยใหม่ โดยการรวมการบริหารจัดการจากหลากหลายสภาพแวดล้อมไว้ด้วยกัน พร้อมเปิดให้ดำเนินงานได้ด้วยตนเองภายใต้ขอบเขตที่องค์กรกำหนด และขยายการใช้งานแบบ As-a-Service ไปยังตลาดที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของข้อมูล ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการเลือกพัฒนาและใช้งานระบบในสภาพแวดล้อมที่ต้องการ พร้อมดูแลข้อมูลให้พร้อมใช้งาน ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กร

Dave McCarthy รองประธานกลุ่มฝ่าย Cloud and Datacenters, Enterprise Infrastructure จาก IDC กล่าวว่า “ผู้นำด้านไอทีขององค์กรกำลังเผชิญความกดดันในการรองรับเวิร์กโหลดยุค AI บนสภาพแวดล้อมที่กระจายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องรักษาสมดุลระหว่างการกำกับดูแล การควบคุมต้นทุน และความต่อเนื่องในการดำเนินงาน กลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ของเน็ตแอพเข้ามาตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าวด้วยการรวมความสามารถในการดำเนินงานโดยอัตโนมัติ บริการข้อมูลที่สอดคล้องกัน การรับประกันประสิทธิภาพ และรูปแบบการใช้บริการที่คำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูลไว้บนแพลตฟอร์มเดียว แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรเลือกใช้งานเวิร์กโหลดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมรักษาการควบคุมและความสอดคล้องในการดำเนินงานที่จำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรองรับงานสำคัญขององค์กร”

ข้อมูลที่เน็ตแอพระบุเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ยังไม่เปิดตัว รวมถึงแผนงานในอนาคต มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จึงไม่ควรนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจซื้อหรือการตัดสินใจอื่นใด ข้อมูลดังกล่าวไม่ถือเป็นคำมั่น ข้อผูกพัน การรับรอง หรือการรับประกันใด ๆ จากเน็ตแอพ รวมถึงในด้านความพร้อมในการวางจำหน่ายหรือให้บริการ ฟังก์ชันการทำงาน ราคา หรือกำหนดเวลา

Loading