รีวิว Nothing Phone (4a) ดีไซน์สวยไม่ซ้ำใคร อัพเกรดใหม่น่าใช้งานมากขึ้น

เปิดตัวและวางจำหน่ายมาแล้วซักพักสำหรับ Phone (4a) Series โดยจะมาพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่นคือ Nothing Phone (4a) Pro และ Nothing Phone (4a) โดยสองรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์การดีไซนืตัวเครื่องที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครในตลาด และยกระดับมาตราบานสำหรับสมาร์ตโฟนระดับกลางให้ดียิ่งขึ้น รุ่นของผมที่กำลังรีวิวคือรุ่นน้องอย่าง Nothing Phone (4a) โดยรุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งใส พร้อม Glyph Bar รุ่นใหม่ และไฟ Recording Light สีแดงเป็นเอกลักษณ์ ตัวเครื่องกันฝุ่นกันน้ำมาตราฐาน IP64 โดยจะวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สีคือ Transparent Blue, Soft Pink, Black และ White

สเปคก็อัพเกรดขึ้นมาให้ ทั้งหน่วยประมวลผลใหม่ Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 และที่เก็บข้อมูลแบบใหม่ UFS 3.1 กล้องหน้าความละเอียด 32MP และกล้องหลัง 3 เลนส์ เลนส์หลักและเลนส์เทเล ความละเอียด 50MP แบตเตอรี่ขนาด 5,080 mAh ใช้งานได้ยาวนานขึ้น กับค่าตัวเริ่มต้น 14,999 บาท

SPEC Nothing Phone (4a)

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2392 พิกเซล (387 PPI) 120 Hz
  • ชิปประมวลผล CPU Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 / GPU Adreno 810
  • RAM 8-12GB
  • ROM UFS3.1 ขนาด 128-256GB
  • ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 50+50+8 ล้านพิกเซล
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ
  • Wi-Fi: 2.4G/5G WiFi 6
  • Bluetooth 5.4
  • ตัวเครื่องมาตราฐานกันฝุ่นกันน้ำระดับ IP64
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,080 mAh รองรับชาร์จไว 50W Fast Charging
  • ราคาจำหน่าย ความจุ 8/128GB ราคา 14,999 บาท และ ความจุ 12/256 ราคา 16,999 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้

  1. ตัวเครื่อง Nothing Phone (4a) ติดฟิมล์หน้าจอมาให้แล้ว
  2. สาย USB-C
  3. เข็มจิ้มถาดซิม
  4. เคสซิลิโคน
  5. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบ

Nothing Phone (4a) ยังคงเอกลักษณ์การดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครในตลาด ฝาหลังโปร่งใสสามารถมองเห็นอุปกรณ์ด้านใน พร้อมกับ Glyph Bar ที่มีความมินิมอลมากขึ้น สามารถเปิดหรือปิดไฟแจ้งเตือนได้นะครับ และไฟมีความสว่างมากๆเอาไว้เปิดโหมดฉุกเฉินสำหรับขอความช่วยเหลือก็ได้ และไฟ Recording Light สีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เอง โมดูลกล้องก็วางแนวยาวดูมินิมอลเช่นกัน

 

ปุ่มกดแบบโลหะทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ฝั่งซ้ายจะเป็นตำแหน่งของปุ่ม Essential Key เราสามารถเข้าไปตั้งค่าการทำงานของปุ่มนี้ได้นะครับว่าจะให้เลือกใช้งานแบบไหน

ฝั่งขวาจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power

ด้านบนจะเป็นตำแหน่งไมค์ตัวที่สองและไมคืตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างจะมี ตำหแน่งซิมการ์ด รองรับสองซิมและไม่รองรับ MicroSD Card นะครับ / ไมค์สนทนา / พอร์ต USB-C และลำโพงตัวเครื่อง

ตัวเครื่องผ่านการทดสอบ กันฝุ่นกันน้ำมาตราฐาน IP64 วัสดุตัวเครื่องบางชิ้นส่วนเป็นแบบวัสดีรีไซเคิลถึง 30% ทำให้มีค่า Carbon Footprint เพียง 51.13 kg CO₂e ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนที่ปล่อยค่าเรือนก๊าซเรือนกระจกต่ำมากๆ

ขนาดตัวเครื่อง 7.7 x 0.8 x 16.3 ซม. น้ำหนัก 204 กรัม

หน้าจอแสดงผล

Nothing Phone (4a) มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K 1080 x 2392 พิกเซล (387 PPI) Refresh Rate 30-120Hz, ความลึกของสีแบบ 10Bit หรือ 1.07 พันล้านเฉดสี, Colour Gamut 100% DCI-P3 ค่าความสว่างสูงสุด 4500nits, และมีโหมดถนอมสายตามาให้ช่วยหรี่แสง PWM ความถี่สูงถึง 2160Hz, รองรับการสแกนนิ้วใต้หน้าจอ กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 7i

เพิ่มอรรรถในการชมคอนเท้นต่างๆกับลำโพงคู่สเตอริโอ จำแนกเสียงได้ชัดเจน และคุณภาพเสียงถือว่าดีเลยครับ

ระบบปฏิบัติการ

Nothing Phone (4a) มาพร้อมกับระบบปฏิบะติการ Nothing OS 4.1 ที่ครอบทับบน Android 16 เป็นรอมที่คลีนมากๆแทบไม่ติดตั้งแอปขยะมาให้ จุดเด่นหลักๆน่าจะเป็นวิดเจ็ตที่เรียบง่าย ใช้งานง่ายและบ่งบอกตัวตนของ Nothing เอง และมี AI Dashboard สำหรับควบคุมการใช้งาน AI, สำหรับผมจากที่ทดสอบมาถือว่าเป็นรอมที่ทำงานได้ไหลลื่นมาก เทียบเท่ากับกลุ่มเรือธงได้เลย และสำหรับรุ่นนี้มีอัพเดทเวอร์ชั่นให้ 3 เวอร์ชั่น อัพเดทความปลอดภัยยาวๆ 6 ปี

ประสิทธิภาพการทำงาน

Nothing Phone (4a) เลือกใช้ชิปประมวลผล CPU Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 / GPU Adreno 810 แรงขึ้นจากรุ่นก่อนนิดหน่อยครับ แต่ก็ทำงานและเล่นเกมได้ไหลลื่นอยู่นะ และเล่นเกมนานๆตัวเครื่องไม่ร้อนจนเกินไป ส่วนหนึ่งเพราะชุดระบายความร้อนแบบ Vapour ขนาด 4600 มม. ช่วยให้การระบายรวดเร็วขึ้น

หน่วยความจำ

  • RAM 8-12GB
  • ROM UFS3.1 ความจุ 128-256GB

ทดสอบเล่นเกมถือว่าไหลลื่นใช้ได้ ทัชติดนิ้วดีครับตอบสนองการสัมผัส 1,000 Hz ในโหมดเกม มีโหมดเกมมาให้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตัวเครื่องขณะเล่นเกม และช่วยจัดการการแจ้งเตือนต่างๆ

สามารถใช้งานหรือเล่นเกมได้ยาวนานกับแบตเตอรี่ขนาด 5,080 mAh รองรับชาร์จไว 50W Fast Charging (ภายในกล่องไม่ได้แถม Adapter มาให้นะครับ)

กล้องถ่ายภาพ 

กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f2.2 สำหรับการเซลฟี่สามารถถ่ายได้ 2 ระยะคือ 22มม. กับ 26มม. มีโหมดบิวตี้ปรับความสวยใบหน้ามาให้ สามารถปรับรูปแบบขอโบเก้ได้ รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 1080P/60fps

กล้องหลัง 3 เลนส์ แบ่งกันทำงานได้ดังนี้

  • เลนส์หลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f1.8 พร้อมกันสั่น OIS ระยะเลนส์ 24มม.
  • เลนส์เทเลแบบ  Periscope ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคอล 3.5x หรือเทียบเท่า 80มม. ซูมดิจิตอลสูงสุด 70x มีกันสั่น OIS
  • เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระยะ 06x หรือเทียบเท่า 15มม.

โหมดการถ่ายภาพจะมีหลักๆ ภาพถ่ายโหมดบุคคล, รูปภาพ, โหมดกลางคืน, สโลว์โมชั่น, ไทม์แลปส์, พาโนรามา และโหมดมืออาชีพ รองรับการถ่ายแบบ RAW และติดตั้ง preset เพิ่มเติมได้นะครับ อยากได้รูปภาพแนวไหนก็ Custom เองได้ รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K30fps

ตัวอย่างภาพที่ใช้โหมดมาตราฐานจากตัวกล้องนะครับ

ตัวอย่างภาพจาก preset เพิ่มเติมเข้ามา

สรุป

สำหรับ Nothing Phone (4a) กับค่าตัวระดับหมื่นต้นๆถึงหมื่นกลาง ถือว่าน่าใช้งานครับ ตัวเครื่องดีไซน์สวยดูเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครดี รอมทำงานได้ไหลลื่น สเปคโดยรวมถือว่าให้มาพอเพียงกับการใช้งาน กล้องถ่ายรูปสามารถเอาไปต่อยอดลง preset ด้วยตัวเองได้ง่ายๆและมีคนปล่อยมาให้ทดลองอยู่เรื่อยๆครับ ชอบโทนไหนก็เลือกลงได้ตามความชอบ

Loading