เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วสำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดโดยเปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นคือ vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE ภายใต้คอนเซปต์ ‘เทคเดียวก็เอาอยู่’ โดยทั้งสองรุ่นนี้ยังชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอเป็นหลัก สำหรับรีวิวนี้จะเป็นของรุ่นน้องอย่าง vivo X300 FE นะครับ กับค่าตัวเริ่มต้นไม่ถึงสามหมื่นบาทแต่สเปกที่ให้มาบอกเลยว่าคุ้มค่าจริงๆ ตอบโจทย์ทั้งสายคอนเทนต์ สายคอนเสิร์ต กับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ที่ระยะซูม 200 มม. มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาขึ้น ง่ายต่อการพกพา
SPEC vivo X300 FE
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1217 พิกเซล อัตรารีเฟซเรทสูงสุด 120Hz
- ชิปประมวลผล CPU Snapdragon® 8 Gen 5
- GPU Adreno 829
- RAM LPDDR5X Ultra : 12GB
- ROM UFS4.1 : 256-512GB
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย OriginOS 6
- กล้องหน้า ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์ ZEISS
- กล้องหลัง ความละเอียด 50+50+8 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ ZEISS ทั้งสามเลนส์
- wifi 7
- Bluetooth 6 / NFC
- USB-C 2.0
- ลำโพงคู่สเตอริโอ
- มาตรฐานการทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 & IP69
- แบตเตอรี่ 6500mAh รองรับชาร์จไว 90W / ชาร์จแบบไร้สาย 40W
- ราคาตามหน่วยความจุ ได้แก่ รุ่น 12GB + 256GB ราคา 27,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ราคา 31,999 บาท
- พิเศษสุดสำหรับชุดที่มากับ vivo ZEISS เลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200 mm. ราคาตามหน่วยความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ราคา 33,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ราคา 37,999 บาท
- วางจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีม่วง Mist Purple, สีขาว Glow White, และ สีดำ Luxe Black
อุปกรณ์ภายในกล่อง
สำหรับชุดที่ผมรีวิวจะเป็นชุด Special Edition ที่มากับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm. มาด้วยภายในกล่อง อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้
- ตัวเครื่อง vivo X300 FE
- Adapter ขนาด 90W
- สาย USB-C
- เคสซิลิโคนสีเดียวกับตัวเครื่อง
- เข็มจิ้มถาดซิม
- คู่มือการใช้งาน
สำหรับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm. จะประกอบไปด้วย ตัวเลนส์, เคส, อแดปเตอร์ติดตั้งชุดเลนส์เสริม และฝาปิดหัวท้ายมาให้สองชุด

วัสดุและการดีไซน์
vivo X300 FE มาพร้อมกับหน้าจอ ZEISS Master Color พาแนลจอแบบ AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1217 พิกเซล, 460PPI, อัตรารีเฟซเรทสูงสุด 120Hz ความลึกของสีแบบ 10Bit หรือ 1.07 พันล้านสี รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ สามารถรับชม netflix แบบ HDR, ขอบเขตสีระดับ 100% DPI-P3 ค่าความสว่างทั่วหน้าจอทั่วไป 1800nits สูงสุด 5000nits, 2160Hz PWM Dimming ช่วยปกป้องดวงตา พร้อมกับฟังก์ชั่น Smart Eye Protection 2.0 ขณะเล่นเกม และ Night Eye Protection 3.0 สำหรับใช้งานในที่แสงน้อยและเวลากลางคืน
หน้าจอแสดงผลได้สวยงามคมชัด สีสันสมจริงดูสบายตามาก และหน้าจอรองรับการสแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic ที่มีความแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด



ตัวเครื่องดีไซส์โมดูลกล้องแบบไดนามิก ช่วยให้การจับกระชับมือขึ้น ขอบเครื่องเป็นโลหะ ฝาหลังพื้นผิวแบบ AG ปัดเงาขึ้นลายเมื่อสะท้อนแสงเมื่อสัมผัสจะนุ่มมือ ขนาดตัวเครื่อง 150.83 × 71.76 × 8.10 มม. น้ำหนัก 192 กรัม (สำหรับสี Glow White)


vivo X300 FE มาพร้อมกับโครงสร้างกันกระแทกรอบด้าน ผ่านการรับรองระดับ 5 ดาวจาก SGS และการทดสอบการตกกระแทกตามมาตรฐานทางการทหารสหรัฐฯ (MIL-STD) มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69
ระบบปฏิบัติการ
vivo X300 FE มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 (Android 16) ใหม่ล่าสุดตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมกับ Origin Island มาด้วย สามารถปรับแต่งหน้าจอได้แบบอิสระ การทำงานสมูทขึ้น ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆมีเพิ่มมากขึ้น รองรับการเชื่อมต่อเพื่อโอนย้ายข้อมูลผ่านแล็บท็อปและ MAC ได้ง่ายขึ้น ในส่วนของการอัพเดท อัปเดตระบบปฏิบัติการนาน 5 ปี และอัพเดทแพชความปลอดภัย 7 ปี

ประสิทธิภาพการทำงาน
vivo X300 FE มาพร้อมกับชิปประมวลผล CPU Snapdragon® 8 Gen 5 / GPU Adreno 829 เป็นชิปประมวลผลระดับเรือธง รองรับการใช้งานแบบมัลติทาสก์และเล่นเกมได้เป็นอย่างดี, NPU ที่ทำงานได้รวดเร็ว ช่วยประมวลผล AI ได้เร็วขึ้น
หน่วยความจำแบบใหม่ สามารถเข้าถึงข้อมูลความเร็วสูง
- RAM LPDDR5X Ultra ขนาด 12GB
- ROM UFS 4.1 ขนาด 256-512GB
แบตเตอรี่ BlueVolt ขนาด 6500mAh รองรับชาร์จไว 90W / ชาร์จแบบไร้สาย 40W ภายในกล่องแถมที่ชาร์จเร็วมาให้พร้อมใช้งาน

สำหรับการเล่นเกม จะมีฟังก์ชั่น Ultra Game Mode เข้ามาจัดการประสิทธิภาพและการแจ้งเตือนต่าง ๆ ขณะเล่นเกมให้ ชิประดับนี้เล่นเกมไหลลื่นแน่นอนครับไม่ต้องห่วง

กล้องถ่ายภาพ
กล้องหน้า ZEISS ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ JN1 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76” ค่ารูรับแสง f2.0 พร้อมระบบ AUTO Focus รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 60fps กล้องหน้าออโต้โฟกัส มี AI ปรับรูปใบหน้าและช่วยเกลี่ยผิวใบหน้าให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ รองรับการถ่ายเซลฟี่ 3 ระยะคือ 20มม. / 24มม. / 50มม. สามารถปรับโบเก้สไตล์ ZEISS ได้ 5 รูปแบบ
กล้องหลัง 3 เลนส์ แบ่งการทำงานดังนี้
- เลนส์หลัก ZEISS ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ LYTIA 702, ขนาดเซนเซอร์ 1/1.56″ ค่ารูรับแสง f/1.57 มีกันสั่น OIS
- เลนส์เทเล ZEISS ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ LYTIA 600, ขนาดเซนเซอร์ 1/1.95″ ค่ารูรับแสง f/2.65 ระยะ 3x มีกันสั่น OIS
- เลนส์ ZEISS Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ OV08F ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″ ค่ารูรับแสง f/2.2

ในชุด Special Edition ที่มากับ vivo ชุดเลนส์เสริม Gen 2 รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 200 มิลลิเมตร

โหมดการถ่ายภาพจะมีดังนี้ Snapshot, Landscape & Night, Portrait, Photo, Video, Portrait Video, Pano, Ultra HD Document, Slo-mo, Stage, Time-lapse, Pro, Food รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 120fps / 8K 30fps

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo X300 FE ทุกระยะเลนส์ ผมใช้แนวภาพแบบ ZEISS นะครับสำหรับรีวิวนี้

ระยะ 15mm จะเป็นชุดเลนส์ Ultra Wide, ระยะ 23mm จะเป็นชุดระยะเลนส์หลัก และหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของชุดเลนส์เทเล ภาพที่ออกมาสีแทบจะเหมือนกันแทบทุกระยะเลนส์เลยครับ ต้องชื่นชม

ภาพถ่ายจาก vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะ 200mm.


ตัวอย่างภาพถ่าย Stage Mode กับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะ 200mm.

สำหรับการถ่ายพลุ ถือว่าเก็บแสงและสีได้สวยคมชัดมากแสงไม่ฟุ้ง

ภาพถ่ายในส่วนการท่องเที่ยว ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก สีสวยดูเป็นธรรมชาติ จบครบทุกระยะเลนส์


สรุป
vivo X300 FE อยู่ในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับเรือธงจากทางค่าย ดีไซน์เล็กและเบาจับถนัดมือ แถมเปิดตัวมาถูกสุดแล้วสำหรับ vivo X300 Series กับค่าตัวเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท กล้องถ่ายสวยคมชัดตามสไตล์ vivo สีสันสวยงามทุกระยะเลนส์ รุ่นนี้รองรับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะ 200mm. ด้วยนะครับ เอาใจสายคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ใครกำลังมองหาสมาร์ตโฟนกล้องสวย ชุดเลนส์ครอบคลุมทุกระยะการใช้งานกับค่าตัวไม่เกินสามหมื่น ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ของท่านแน่นอน
![]()



