cmf Buds Pro 2 หูฟังจากแบรนด์ Nothing โดยทาง cmf จะเน้นความสดใส เน้นใช้โทนสีที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ โดยครั้งนี้ได้เปิดตัวสีใหม่ล่าสุด 2 สีคือ สีเขียวและสีชมพู ส่วนฟีเจอร์ต่างๆรวมถึงจุดเด่นยังเหมือนเดิม จุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับ ไดรเวอร์คู่ (Dual Drivers 11 มม. + 6 มม.), รองรับ LDAC (Hi-Res Audio Wireless) และ Spatial Audio Effect ถ่ายทอดเสียงได้คมชัด ฟังสนุกโดยเฉพาะคนที่ชอบเบสหนักๆ เบสหนักหน่วงและทรงพลังจริงๆ, มีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง(ANC) ได้สูงสุดถึง 50 เดซิเบล, ไมค์สนทนา 6 ตัว(ข้างละ 3 ตัว) เสียงสนทนาคมชัดดีมาก เคสชาร์จพร้อมปุ่มหมุ

SPEC cmf Buds Pro 2
- ดีไซน์: เคสชาร์จพร้อมปุ่มหมุ
นอัจฉริยะ Smart Dial ปรับระดับเสียงและสั่งการได้ทั นที - สเปกเสียง: ไดรเวอร์คู่ (Dual Drivers 11 มม. + 6 มม.), รองรับ LDAC (Hi-Res Audio Wireless) และ Spatial Audio Effect
- ไมค์โครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว) พร้อมระบบ Clear Voice Technology 3.0 ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, Wind Noise Reduction 3.0 ลดเสียงรบกวน
- ฟีเจอร์หลัก: ตัดเสียงรบกวน Smart Hybrid ANC สูงสุด 50 dB, ไมค์ 6 ตัวพร้อม Clear Voice Technology, Bluetooth 5.3 และกันน้ำกันฝุ่น IP55
- แบตเตอรี่: ใช้งานได้
ยาวนานรวมสูงสุด 43 ชั่วโมง - ราคา 2,399 บาท รับประกัน 1ปี

อุปกรณ์ภายในกล่อง
- เคสพร้อมหูฟัง 1 คู่
- จุกหูฟัง 3 ขนาด
- สายชาร์จ
- คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการดีไซน์
เคสชาร์จมาพร้อมปุ่มหมุ

ตัวเคสติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 460mAh, หูฟังติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 60mAh, สามารถใช้งานยาวนาน 43 ชั่วโมง(รวมเคส) เฉพาะตัวหูฟังใช้งานต่อเนื่องได้นาน 11 ชม. (ปิด ANC), ชาร์จผ่าน USB-C

ตัวหูฟังน้ำหนักเบามาก เบาเพียง 4.9 กรัม ต่อข้าง แต่ด้านในติดตั้งไดรเวอร์คู่ (Dual Drivers 11 มม. + 6 มม.) และไมค์มาให้มากถึง 3 ตัว, รองรับการแตะสั่งงาน, ตัวหูฟังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 มีเซนเซอร์ตรวจสอบการสวมใส่

การเชื่อมต่อ
cmf Buds Pro 2 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.3 รองรับฟังก์ชั่นเชื่อมต่อแบบ Google Fast Pair, microsoft swift pair สะดวกมากครับ,

สำหรับการใช้งาน แนะนำให้ติดตั้งแอพ Nothing-X เข้าไว้ที่ตัวเครื่องด้วยนะครับ เพื่อที่จะปรับตั้งค่าการใช้งานได้อย่างละเอียดมากขึ้น

คุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆหลังจากที่ได้ทดลองมา
- ไดรเวอร์คู่ (Dual Drivers 11 มม. + 6 มม.) ถ่ายทอดเสียงได้คมชัด ฟังสนุก เบสคือมาแบบหนักหน่วงมากแทบไม่ต้องปรับอะไรเพิ่ม ถึงเบสจะหนาแต่เสียงย่านอื่นก็ไม่ได้โดนกลบไปจนหมด นี่แหล่ะข้อดูของไดรเอร์แบบคู่
- ระบบตัดเสียงรบกวน Smart Hybrid ANC สูงสุด 50 dB ตัดได้สนิทจริง หรือถ้าคนที่ไม่ชอบแบบตัดจนหูดับ ตัวหูฟังยังสามารถปรับระดับได้นะครับหรือจะให้ปรับตามสภาพเสียงรอบข้างก็ได้นะ
- LDAC (Hi-Res Audio Wireless) และ Spatial Audio Effect โดยส่วนตัวผมปรับตั้งค่าไว้ที่ LDAC ทีเดียวจบครับ เน้นฟังเพลงเป็นหลัก แต่ถ้าจะเล่นเกมเราต้องปิดไว้นะครับ เสียงจะได้ไม่หน่วง
- ไมค์สนทนา 6 ตัว พร้อมกับฟีเจอร์ Clear Voice Technology 3.0 ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, Wind Noise Reduction 3.0 ลดเสียงรบกวน น่าจะเป็นหูฟังงบสองพันต้นๆที่ให้ไมค์สนทนามาแบบดี ลองสวมใส่โทรคุยขณะขับรถเสียงก็ไม่มีแทรกด้านข้าง ถือว่าดีมากกับราคาค่าตัวประมาณนี้
- เคสชาร์จพร้อมปุ่มหมุ
นอัจฉริยะ Smart Dial ถือว่าเป็นกิมมิกเวลาใช้งาน มีดีกว่าไม่มีครับ ใช้งานได้จริงโดยเฉพาะเวลาสวมหมวกกันน็อคจะเห็นคุณค่าของมันมาทันที - แบตอึดใช้ได้เลย ตัวเคสดีไซน์สวยดีแม้มีปุ่มหมุนมาด้วยก็ตามยังทำให้มีขนาดเล็กได้ถือว่าดีเลย และที่สำคัญมีหลากหลายสีให้เราเลือกใช้งาน
- ค่าตัว 2,399 บาท รับประกัน 1ปี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนชอบฟังเพลงที่เน้นเบสแบบหนักหน่วง สวมใส่สบาย คุ้มครับราคานี้
สนใจสินค้า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กดที่นี่
![]()


